จากนั้น อวิ๋นเจิงก็เดินทางไปยังซินจินอีกครั้ง
กองทัพเรือที่ไปช่วยเหลือแคว้นหลีเมื่อปีก่อนทยอยเดินทางกลับมาแล้วส่วนหนึ่ง
ส่วนใหญ่ต้องช่วยขนส่งเสบียง และดัดแปลงเรือรบบางส่วนเพื่อให้ติดตั้งปืนใหญ่ประจำเรือได้
“ยามนี้มีเรือรบที่ดัดแปลงเสร็จแล้ว 15 ลำ แต่ละลำติดตั้งปืนใหญ่ประจำเรือ 6 กระบอก”
“ยังมีเรือรบอีก 8 ลำที่กำลังดัดแปลงขั้นสุดท้าย คาดว่าภายในครึ่งเดือนจะแล้วเสร็จทั้งหมด”
“ส่วนเรือรบอีก 7 ลำ คงไม่ทันติดตั้งปืนใหญ่ที่กราบเรือแล้ว ทำได้เพียงยกปืนขึ้นไปตั้งบนดาดฟ้า...”
จ้าวหลิวเหลียงพาอวิ๋นเจิงตรวจเยี่ยมกองทัพเรือซินจิน พร้อมชี้แจงสถานการณ์ให้ฟัง
เรื่องนี้ทำให้จ้าวหลิวเหลียงจนปัญญาอยู่ไม่น้อย
การดัดแปลงเรือรบ ฟังดูเหมือนง่าย แต่ลงมือทำกลับยากเย็น
แม้หลังเทศกาลไหว้พระจันทร์ปีก่อนจะระดมช่างต่อเรือฝีมือดีจากเขตด่านในมาจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่อาจทำตามเป้าหมายที่วางไว้แต่แรกให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด
“ไม่เป็นไร เรือรบที่ติดตั้งปืนใหญ่ไว้มากมายเพียงนี้ก็เพียงพอแล้ว”
อวิ๋นเจิงไม่ได้ซักไซ้เอาความ เขาย่อมรู้เช่นกันว่าเรื่องนี้ยากลำบากอยู่ไม่น้อย
หากรอจนถึงเดือนหกหรือเดือนเจ็ดค่อยยกทัพไปโจมตีแคว้นอวี่ ย่อมทำตามเป้าหมายได้สำเร็จแน่
แต่ยามนี้ไม่อาจยืดเวลาออกไปได้อีกแล้ว
มีปืนใหญ่มากมายถึงเพียงนี้ มีเรือรบขนาดใหญ่ถึงเพียงนี้ หากยังเอาชนะกองทัพเรือแคว้นอวี่ไม่ได้ พวกเขาต้องจมทะเลกันหมด ก็อย่าได้กล่าวโทษผู้ใด
“ขอบพระทัยท่านอ๋องที่ทรงเข้าใจพ่ะย่ะค่ะ!”
จ้าวหลิวเหลียงถอนหายใจโล่งอก
“จริงสิ ผลไม้กับผักเตรียมไว้เป็นอย่างไรบ้าง?”
