อวิ๋นเจิงพูดคุยกับซู่จ้านอย่างสบาย ๆ
ณ ที่แห่งนี้ ไม่มีอ๋องแห่งต้าเฉียนหรือมหาเสนาบดีแห่งซีฉวีอีกต่อไป
มีเพียงคนสองคนที่ชื่นชมและเข้าใจกัน
ยามพลบค่ำใกล้เข้ามา สีหน้าของซู่จ้านก็ยิ่งย่ำแย่ลง
“พรวด...”
ซู่จ้านกระอักเลือดสดปนสุรา ร่างโงนเงนล้มลงกับพื้น ถุงสุราในมือก็ร่วงตามไปด้วย สุราที่ยังดื่มไม่หมดหกออกมาจากถุง
อวิ๋นเจิงรีบประคองซู่จ้านไว้ แล้วช่วยให้เขาพิงก้อนหินด้านหลังอีกครั้ง
“ขอบคุณท่านอ๋อง... แค่ก ๆ...”
ซู่จ้านหายใจรวยริน มองอวิ๋นเจิงอย่างอ่อนแรง ก่อนฝืนยิ้มบาง ๆ “ได้พูดคุยกับท่านอ๋อง... อย่างยืดยาวสักครา ชีวิตนี้ของข้า... แม้ตายก็... ไร้สิ่งใดให้เสียดาย...”
อวิ๋นเจิงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ชาตินี้ได้รู้จักท่านมหาเสนาบดี นับเป็นเกียรติของอวิ๋นเจิงเช่นกัน!”
ซู่จ้านยิ้มน้อย ๆ สายตาทอดไปยังดวงตะวันยามเย็นกลมดุจจาน
ดวงตะวันค่อย ๆ คล้อยต่ำลงทางทิศตะวันตก ราวกับซู่จ้านผู้กำลังเดินทางถึงปลายชีวิต
อวิ๋นเจิงมิได้กล่าววาจา เพียงนั่งเงียบ ๆ อยู่ตรงนั้นเพื่อส่งซู่จ้านเป็นครั้งสุดท้าย
ลมหายใจของซู่จ้านค่อย ๆ ติดขัดขึ้น
ทว่าสายตาของซู่จ้านยังคงจับจ้องดวงตะวันยามเย็น
จนกระทั่งแววตาเริ่มพร่าเลือน
ก่อนดวงตะวันลับขอบฟ้าเพียงชั่วขณะ ซู่จ้านรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย หยิบถุงสุราที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมากอดไว้แนบอก จากนั้นจึงค่อย ๆ หลับตาลง
ครู่ต่อมา มือทั้งสองของซู่จ้านคลายออก ถุงสุราในอ้อมอกก็ร่วงหล่นลงมา
อวิ๋นเจิงยื่นนิ้วไปจ่อใต้จมูกซู่จ้าน จากนั้นค่อย ๆ ลุกขึ้น ยกมือคำนับศพของเขา “ขอส่งท่านมหาเสนาบดีเป็นครั้งสุดท้าย!”
