“ตรงนี้!”
อวิ๋นเจิงยิ้มกว้าง พลางชี้นิ้วลงบนแผนที่
“ซู่ฉวีหรือ?”
เสิ่นลั่วเยี่ยนถามอย่างไม่เข้าใจ “เหตุใดจึงลากซู่ฉวีเข้ามาเกี่ยวข้องอีกแล้ว?”
“โง่จริง!”
อวิ๋นเจิงเคาะหน้าผากเสิ่นลั่วเยี่ยนเบา ๆ “หากทหารม้าเป่ยหวนคิดจะบุกเข้ามาทางช่องเขาหลางหยา พวกเขาจะโจมตีซั่วฟางไปไย? บุกลงใต้ตรงไปยังซู่ฉวีซึ่งมีกำลังป้องกันอ่อนแอไม่ดีกว่าหรือ?”
ทหารรักษาการณ์ซู่ฉวีมีเพียง 5,000 นายเท่านั้น!
แล้วทหารรักษาการณ์ซั่วฟางเล่า?
มีมากกว่า 100,000 นายเชียวนะ!
แม้ล้วนเป็นทหารชาวนา แต่จำนวนคนก็เหนือกว่าเป่ยหวนอย่างขาดลอย!
ยิ่งไปกว่านั้น ซู่ฉวียังเป็นพื้นที่ด้านหลัง จึงกักตุนเสบียงไว้ไม่น้อย
ซู่ฉวีอยู่ห่างจากช่องเขาหลางหยาเพียงสามร้อยกว่าลี้
หากทหารม้าเป่ยหวนบุกมาเต็มกำลัง วันเดียวก็ไปถึงซู่ฉวีได้แล้ว พื้นที่อื่นย่อมส่งกำลังมาช่วยไม่ทัน!
หากทหารรักษาการณ์ซั่วฟางกล้าออกจากเมืองมาสกัดกั้น ก็เท่ากับตกหลุมพรางของเป่ยหวนพอดี!
ดังนั้น หากทหารม้าเป่ยหวนบุกเข้ามาจากช่องเขาหลางหยา การพุ่งตรงไปยังซู่ฉวีจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด!
การแสร้งโจมตีปีกขวาของเป่ยหวน รวมถึงการลอบบุกจากช่องเขาหลางหยา ล้วนเป็นกลลวงทั้งสิ้น!
เป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาย่อมเป็นการล่อให้ทหารรักษาการณ์ซั่วฟางเคลื่อนกำลังไปยังช่องเขาหลางหยา จากนั้นจึงบุกเข้ามาทางหุบเขาเลี่ยเฟิง ตัดเส้นทางล่าถอยของทหารรักษาการณ์ซั่วฟางโดยตรง!
เมื่ออวิ๋นเจิงวิเคราะห์จบ ดวงตาของเสิ่นลั่วเยี่ยนและเมี่ยวอินก็พลันสว่างวาบ
การวิเคราะห์ของอวิ๋นเจิงมีเหตุผลยิ่ง
ก่อนหน้านี้ สายตาของพวกนางจับจ้องอยู่แต่บริเวณแนวหน้า จึงมองข้ามซู่ฉวีซึ่งเป็นพื้นที่ด้านหลังไป
