“สังหาร!”
ท่ามกลางเสียงโห่ร้องสังหารที่ดังกึกก้องประหนึ่งขุนเขาถล่มคลื่นทะเล ทั้งสองกองทัพม้าก็เปิดฉากปะทะกันซึ่งหน้าในที่สุด
เมื่อทั้งสองฝ่ายเข้าใกล้กันในระยะสามลี้ ทหารม้าเป่ยหวนก็แยกออกเป็นสองสายอย่างรวดเร็ว มุ่งโจมตีเข้าหาปีกทั้งสองข้างของพวกเขา
นี่คือกลยุทธ์ที่ทหารม้าเป่ยหวนใช้เป็นประจำ พวกมันจะอ้อมไปโจมตีปีกทั้งสองด้านของกองทัพศัตรู แล้วระดมยิงใส่ทหารที่ไร้โล่คุ้มกัน ครั้นศัตรูบาดเจ็บล้มตายอย่างหนัก จึงค่อยเข้าปะทะซึ่งหน้า
เมื่อเห็นทัพศัตรูเปลี่ยนรูปขบวน อวิ๋นเจิงก็อดดีใจขึ้นมาไม่ได้
เป็นแผนเดิมจริงด้วย!
โชคดีที่พวกเขาบุกจู่โจมจากปีกขวาของศัตรู
หากพุ่งเข้าปะทะตรง ๆ คงถูกศัตรูโอบล้อมจากซ้ายและขวาในเวลาอันสั้น
พวกเขาออกศึกโดยไม่บรรทุกสัมภาระหนัก มิใช่ทหารม้าทุกคนจะถือโล่เบา มีเพียงทหารม้าส่วนน้อยที่ครอบครองม้าศึกชั้นดีเท่านั้นที่ถือโล่ไว้หนึ่งใบ
ยามบุกโจมตีครั้งใหญ่ ทหารม้าที่ถือโล่เบาจะอยู่แนวหน้า เพื่อพุ่งชนทำลายแนวขบวนของศัตรูก่อน
เมื่อศัตรูบุกเข้ามายังปีกทั้งสองเพื่อระดมยิง ทหารม้าจำนวนมากที่ไร้โล่คุ้มกันย่อมตกอยู่ในระยะโจมตีของศัตรู มักเกิดการบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก
เมื่อระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายใกล้เข้ามา แม่ทัพศัตรูก็เข้าใจเจตนาของอวิ๋นเจิงและพวกพ้องเช่นกัน
เมื่อเห็นว่ากลยุทธ์ของตนถูกอ่านออก แม่ทัพศัตรูก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว สั่งนำกำลังจากปีกซ้ายเคลื่อนเข้าหาปีกขวาทันที
ดูออกว่าทหารม้าเป่ยหวนกลุ่มนี้เป็นกองกำลังชั้นยอด
แม้เปลี่ยนรูปขบวนกลางสนามรบอย่างกะทันหัน ก็ยังไม่เสียระเบียบแม้แต่น้อย
เมื่อกองทัพทั้งสองเข้าใกล้กัน ทหารม้าศัตรูทั้งสองสายก็รวมกำลังเป็นหนึ่งแล้ว
“ตอบสนองได้รวดเร็วยิ่ง!”
อวิ๋นเจิงหรี่ตาลงฉับพลัน หัวใจเต้นระรัว ก่อนจะตะโกนสั่งเสิ่นลั่วเยี่ยนทันที “หากศัตรูแยกออก จงนำทัพบุกโจมตีทันที ห้ามให้พวกมันมีโอกาสระดมยิงจากระยะไกลเด็ดขาด!”
