เมื่อหล่างเจี๋ยได้รับข่าวว่ากองทัพศัตรูซึ่งกำลังถอยร่นไปทางเซี่ยงก้งปู้พลันเปลี่ยนทิศทาง สีหน้าของเขาก็พลันย่ำแย่ลง
กองทัพศัตรูเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน มิได้มุ่งไปโอบล้อมกองกำลังของเฮ่อตานร่วมกับทัพอีกสายดังที่เขาคาดการณ์ไว้แต่แรก หากกลับตรงดิ่งมายังกองหน้าของตน!
ยังไม่ทันที่หล่างเจี๋ยจะตั้งสติได้ ก็มีทหารสอดแนมมารายงานอีกว่า “ท่านแม่ทัพ พวกเราพบกิ่งไม้จำนวนมากบนเส้นทางที่ศัตรูบุกจู่โจม กิ่งไม้เหล่านั้นมีร่องรอยถูกลากอย่างเห็นได้ชัด...”
กิ่งไม้หรือ?
ร่องรอยถูกลากหรือ?
หล่างเจี๋ยชะงักงันไปทันที
ลากกิ่งไม้ไปเพื่ออะไร?
ชั่วขณะถัดมา หล่างเจี๋ยก็พลันเข้าใจ
ศัตรูคิดลากกิ่งไม้เพื่อสร้างภาพลวงว่ามีกองทหารม้าจำนวนมากบุกตะลุยมา!
แย่แล้ว!
ติดกับแล้ว!
หล่างเจี๋ยเพิ่งตระหนักได้ในภายหลัง สีหน้าเต็มไปด้วยความร้อนรน เขาตะโกนเสียงดังว่า “ถ่ายทอดคำสั่งลงไป บุกจู่โจมสุดกำลัง! เร็วเข้า!”
กองหน้ากำลังตกอยู่ในอันตราย!
ศัตรูคิดจะกลืนกินกองหน้าของพวกเขา!
ยามนี้เขาต้องบุกจู่โจมสุดกำลัง เพื่อไปสมทบกับกองหน้าแล้วโจมตีขนาบ...
ขณะคิดไปคิดมา หล่างเจี๋ยก็หลับตาลงช้าๆ อีกครั้ง
“หยุด!”
หล่างเจี๋ยร้องเรียกทหารส่งสารที่กำลังจะควบม้าออกไป “ถ่ายทอดคำสั่ง กองทัพทั้งหมด...ถอยทัพ!”
“อะไรนะ?”
รองแม่ทัพมองหล่างเจี๋ยอย่างไม่อยากเชื่อ “ท่านแม่ทัพ พวกเราจะถอยทัพทั้งอย่างนี้หรือ? ไม่สนใจกองหน้าแล้วหรือ?”
“ช่วยพวกเขาไม่ได้แล้ว”
หล่างเจี๋ยส่ายหน้าด้วยสีหน้าขมขื่น “อวิ๋นเจิงมองแผนของพวกเราออกตั้งแต่แรก ทั้งยังวางกับดักใหญ่โตเช่นนี้ย้อนกลับมาเล่นงานพวกเรา! หากยังไปช่วยกองหน้า เกรงว่าพวกเราจะพลอยติดร่างแหไปด้วย...”
