ควบม้าห้อตะบึงมาตลอดทาง ในที่สุดอวิ๋นเจิงก็มาถึงหุบเขาร้อยบุปผา
ค่ายโจรในหุบเขาร้อยบุปผาแห่งนี้ช่างเรียบง่ายยิ่งนัก
แม้จะเรียกว่าค่ายโจร แต่แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงถ้ำใหญ่แห่งหนึ่ง ด้านนอกกองหินทำเป็นกำแพง แล้วสร้างประตูไม้แบบง่าย ๆ ขึ้นบานหนึ่ง
มองปราดเดียวก็รู้ว่าพวกโจรกลุ่มนี้คงใช้ชีวิตไม่ค่อยสุขสบายนัก
แต่โจรกลุ่มนี้กลับจับเสิ่นลั่วเยี่ยนกับพวกของนางได้!
คาดว่าโจรที่ยึดค่ายแห่งนี้คงถูกคนสังหารไปแล้ว
คนที่อยู่ข้างในยามนี้ น่าจะเป็นพวกที่คิดเอาชีวิตเขา!
บัดซบ!
ประมาทเกินไปแล้ว!
คิดไม่ถึงว่าสกุลเสิ่นจะมีไส้ศึก!
“ข้าน้อยคุ้มครองพระชายาไม่ดี ขอองค์ชายลงโทษด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
เมื่อเห็นอวิ๋นเจิง เฝิงอวี้กับจั่วเริ่นก็เผยสีหน้าละอายใจ รีบกล่าวขอรับโทษ
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเจ้า อีกฝ่ายวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว”
อวิ๋นเจิงส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนถามว่า “ข้างในมีคนประมาณกี่คน?”
“ไม่เกินยี่สิบคนพ่ะย่ะค่ะ!” เฝิงอวี้ตอบทันที
มีแค่นี้หรือ?
อวิ๋นเจิงขมวดคิ้วแน่น
คนมีเพียงเท่านี้ แต่กลับจับเสิ่นลั่วเยี่ยนกับพวกได้ทั้งหมด ดูท่าฝีมือของคนกลุ่มนี้จะไม่ธรรมดา!
จะช่วยเสิ่นลั่วเยี่ยนกับพวกออกมาได้อย่างไร?
ทั้งยังต้องรักษาชีวิตตนเองไว้ด้วย!
อาวุธลับที่เมี่ยวอินมอบให้เขามีเข็มพิษรวมกันเพียงสิบสองเล่มเท่านั้น!
ต่อให้เข็มหนึ่งสังหารคนได้หนึ่งคน ก็ยังฆ่าพวกนั้นไม่หมดอยู่ดี!
อวิ๋นเจิงครุ่นคิดหาหนทางอย่างหนัก พลางตะโกนเข้าไปในถ้ำว่า “เปิ่นหวังมาถึงแล้ว มิใช่ว่าพวกเจ้าต้องการเจรจากับเปิ่นหวังหรือ เหตุใดจึงไม่กล้าออกมา?”
สิ้นเสียงอวิ๋นเจิง โจรคนหนึ่งก็ยื่นศีรษะออกมาอย่างหวาด ๆ
