เมื่อเห็นคนทั้งสองถูกมัดอยู่บนพื้นหิมะ ฉินชีหู่ก็อดหัวเราะประหลาดออกมาไม่ได้
“ระยะใกล้ชิดเช่นนี้ หากไม่ลงไม้ลงมือกัน ก็คงกำลังจะจุมพิตกันแล้วกระมัง...”
ดีที่ฉินชีหู่ไม่รู้จักของประหลาดที่เรียกว่าโทรศัพท์ มิฉะนั้นคงคิดหยิบมันขึ้นมาบันทึกภาพให้ทั้งคู่เป็นแน่
คนทั้งสองบนพื้นหิมะถูกแส้ยาวมัดแน่น ใบหน้าของทั้งคู่แทบจะแนบชิดกันอยู่แล้ว
พวกเขาถึงกับสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงไอร้อนจากลมหายใจของอีกฝ่ายที่รินรดใบหน้า
เมื่อมองใบหน้าของอีกฝ่ายซึ่งอยู่ใกล้เพียงคืบ ทั้งคู่ต่างรู้สึกกระอักกระอ่วน
“ปล่อย!”
เจียเหยาเบือนหน้าไปอีกทาง พลางจ้องมือของอวิ๋นเจิงที่ยังจับแส้ยาวอยู่
เจียเหยารู้สึกเลือนรางว่ามีบางสิ่งแข็ง ๆ กดอยู่บนร่างตน
เจียเหยาเหลือบมองมือทั้งสองข้างของอวิ๋นเจิงที่ว่างเปล่า หัวใจก็พลันกระตุกวูบ
นางคล้ายจะรู้แล้วว่าสิ่งนั้นคืออะไร
คนไร้ยางอายผู้นี้!
เจียเหยาก่นด่าในใจ ใบหน้าแดงก่ำขึ้นทันใด
“เจ้าปล่อยมือข้าก่อน! มือข้าถูกกดจนแทบหักแล้ว!”
อวิ๋นเจิงมองข้อมือที่ยังถูกเจียเหยาจับกุมไว้
ท่านี้ทำให้มือของเขาถูกกดบิดผิดตำแหน่ง ความเจ็บปวดระลอกแล้วระลอกเล่าพลันแล่นขึ้นมาตามแขน
“สมควรแล้ว!”
เจียเหยาด่าอย่างทั้งอับอายทั้งโกรธเกรี้ยว
อวิ๋นเจิงเห็นดังนั้นจึงคลายมือที่กำแส้ไว้
“ยังไม่ลุกขึ้นอีก!”
พวงแก้มของเจียเหยาแดงเรื่อยิ่งกว่าเดิม ลามไปจนถึงลำคอ
อวิ๋นเจิงมองเจียเหยาอย่างกระอักกระอ่วน ก่อนจะลุกขึ้นยืน
ขณะที่เขาลุกขึ้น ปืนสั้นที่ติดตัวมาก็ร่วงลงมา
