เมื่อสิ้นเสียงของเซียวว่านโฉว อารมณ์ของอวิ๋นลี่ก็ยิ่งขุ่นมัว
นั่นสิ!
มณฑลจวี่โจวมีทหารเพียงสามหมื่นนาย ซึ่งอยู่ใต้บังคับบัญชาของโจวเต้ากง!
ปีนี้ราชสำนักส่งเกราะบางส่วนไปให้โจวเต้ากง ทว่ายังมีทหารเกือบหนึ่งหมื่นนายที่ไร้เกราะ
หากอวิ๋นเจิงก่อเรื่องขึ้นมา ทหารสามหมื่นนายนี้จะต้านทานทหารกล้าผ่านศึกห้าหมื่นนายได้อย่างไร แทบไม่ต่างจากฝันลม ๆ แล้ง ๆ
อวิ๋นลี่ปวดศีรษะยิ่งนัก เอ่ยถามด้วยสีหน้าอ่อนล้า “กั๋วกงอวี้มีข้อเสนอแนะอันใด?”
เซียวว่านโฉวเผยสีหน้าลำบากใจ “กระหม่อมมีความคิดอยู่บ้าง ทว่าก็มีข้อกังวล”
«กั๋วกงอวี้ไม่ต้องกังวล มีสิ่งใดก็กล่าวมาเถิด»
อวิ๋นลี่วางท่าผึ่งผาย ราวกับไม่ว่าเซียวว่านโฉวจะกล่าวสิ่งใด เขาก็จะไม่เอาความ
«กระหม่อมเห็นว่า ควรส่งเซวียเช่อนำทัพไปยังมณฑลจวี่โจว เพื่อต้านทัพเป่ยฝู่!»
เซียวว่านโฉวเหลือบมองสีหน้าของอวิ๋นลี่ ก่อนกล่าวต่อว่า «ทว่ากระหม่อมมีข้อกังวลอยู่สองประการ!»
«ประการแรก เซวียเช่อเป็นผู้ต้องโทษอยู่ก่อนแล้ว รัชทายาททรงมอบหมายหน้าที่สำคัญให้เซวียเช่ออีกครั้ง ในยามที่ฝ่าบาทเสด็จตรวจเยี่ยมจวนผู้พิทักษ์ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ หากฝ่าบาททรงทราบเรื่องนี้ ไม่ทราบว่าจะทรงตำหนิองค์รัชทายาทหรือไม่»
«ประการที่สอง เซวียเช่อเป็นคนซื่อตรงมาโดยตลอด ไม่ปรารถนาให้ราชสำนักของเราต้องตกอยู่ในศึกภายใน หากส่งเขาไป ไม่ทราบว่าเขาจะทุ่มเททำงานให้ราชสำนักหรือไม่»
ข้อกังวลของเซียวว่านโฉวมีเหตุผลยิ่ง
อวิ๋นลี่ไม่กังวลเรื่องแรกเลยสักนิด
เดิมทีฮ่องเต้เหวินก็ต้องการให้เขาเรียกเซวียเช่อกลับมาใช้งานอยู่แล้ว
เมื่อฮ่องเต้เหวินทรงทราบเรื่อง ย่อมไม่ทรงตำหนิเป็นแน่
