หลายวันต่อมา อวิ๋นเจิงก็มาถึงจวิ้นฉางเล่อ
ระหว่างทางไปจวิ้นฉางเล่อ เขาสั่งให้คนส่งจดหมายที่เขียนด้วยลายมือตนเองไปให้ทัวฮวน กำชับให้ทัวฮวนจับตาความเคลื่อนไหวในอวี้โจวอย่างใกล้ชิด
อวี้โจวไม่ได้อยู่ในความดูแลของเขาก็จริง
แต่เรื่องนี้เขาต้องจดจำไว้ให้ขึ้นใจ
เมื่อมาถึงจวิ้นฉางเล่อ อวิ๋นเจิงก็มุ่งหน้าไปยังนาหลวงเป็นอันดับแรก
ชวีจื้อได้รับข่าวแล้ว จึงพาคนไปรออยู่ที่นาหลวงก่อน
หลังพูดคุยกับชวีจื้อสั้น ๆ อวิ๋นเจิงก็เดินตามอีกฝ่ายเข้าไปในนาหลวง
ยามนี้ข้าวโพด มันฝรั่ง และฟักทองเก็บเกี่ยวหมดแล้ว
ผักหลายชนิดในนาหลวงก็แก่จัดแล้วเช่นกัน
แต่เดิมพวกเขาต้องการเมล็ดพันธุ์ให้ได้มากขึ้น ต่อให้ผักแก่ก็ไม่ส่งผลอะไร
“ท่านอ๋อง สิ่งนี้คืออะไรพ่ะย่ะค่ะ?”
“เอ่อ...สิ่งนี้ ข้าเองก็เหมือนจะ...ไม่รู้จัก”
“แล้วสิ่งนี้เล่าพ่ะย่ะค่ะ?”
“นี่...ดูคล้ายมะระ แต่ต่างจากมะระที่ข้าเห็นในตำราอยู่บ้าง ข้าเองก็ไม่แน่ใจนัก”
“เร็วเข้า จดไว้! สิ่งนี้เรียกว่ามะระ! ท่านอ๋อง ลองดูพืชผลในแปลงตรงนั้นอีกพ่ะย่ะค่ะ...”
ชวีจื้อพาอวิ๋นเจิงกับเมี่ยวอินเดินดูทีละแปลง
เมื่อมองพืชผลเหล่านี้ อวิ๋นเจิงก็อดกระดากใจไม่ได้
แม้พืชผลทั้งหมดจะเติบโตจนสุกงอมแล้ว เขาก็ยังจำแนกไม่ออกอยู่ดี
ยังมีพืชที่คล้ายมะระอีกด้วย รูปร่างดูคล้ายกัน แต่กลับแตกต่างจากมะระที่เขารู้จักมาก จนเขาไม่แน่ใจเช่นกัน
