เรื่องราวที่เกิดขึ้นแท้จริงแล้วเรียบง่ายยิ่ง
ไม่มีอะไรมากไปกว่าอู๋โหย่วเต๋อหมายตาโคไถนาของเฒ่าหลิว เดิมทีคิดจะซื้อโคไถนาจากมือเฒ่าหลิวในราคาถูก ทว่าเฒ่าหลิวไม่ยอมขายเด็ดขาด
เมื่ออู๋โหย่วเต๋อหมดความอดทน ก็กล่าวหาเฒ่าหลิวตรง ๆ ว่าขโมยโคไถนาของตน ทั้งยังบอกว่า หากเฒ่าหลิวไม่ได้ขโมยมา ก็จงนำทะเบียนโคออกมาแสดง
ทว่าโคตัวนี้อวิ๋นเจิงเป็นผู้มอบให้เฒ่าหลิว จะมีทะเบียนโคได้อย่างไร!
เฒ่าหลิวแก้ตัวอย่างไรก็ไม่มีใครเชื่อ เอาแต่ยืนยันว่าอวิ๋นเจิงเป็นผู้มอบโคให้ แต่ อู๋โหย่วเต๋อกลับไม่ฟังคำชี้แจงของเฒ่าหลิวแม้แต่น้อย ทั้งยังข่มขู่ว่าจะพาเฒ่าหลิวไปรายงานทางการ
เฒ่าหลิวเป็นคนซื่อสัตย์มาตลอดชีวิต พอได้ยินว่าจะถูกรายงานทางการก็หวาดกลัว
ท้ายที่สุด โคไถนาตัวนั้นก็ถูกอู๋โหย่วเต๋อยึดไปโดยพลการ
หลังโคถูกจูงไป เฒ่าหลิวก็ร้องไห้ไม่หยุด ราวกับวิญญาณหลุดลอย
เมื่อหลิวอู่กับหลี่เจี่ยได้ข่าวของเฒ่าหลิวอีกครั้ง เฒ่าหลิวก็แขวนคอตายอยู่บนต้นไม้คดงอข้างกระท่อมมุงหญ้าของตนแล้ว
“สิ่งที่พวกเขากล่าวมา เป็นความจริงหรือไม่?”
อวิ๋นเจิงเหลือบมองอู๋โหย่วเต๋อกับพ่อบ้านด้วยสายตาเย็นชา
อู๋โหย่วเต๋อขวัญหนีดีฝ่อไปนานแล้ว ไม่กล้าเอ่ยปากแม้แต่น้อย
“มะ...ไม่...ไม่จริง...”
พ่อบ้านรับคำต่อพร้อมคร่ำครวญว่า “ท่านอ๋อง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้าน้อย! นายท่านเป็นผู้จัดการทุกอย่างด้วยตนเอง ข้าน้อย...ข้าน้อยถูกใส่ร้ายพ่ะย่ะค่ะ...”
“ถูกใส่ร้ายหรือ?”
อวิ๋นเจิงมองพ่อบ้านด้วยสายตาเย็นเยียบ “ได้ ข้าจะให้โอกาสเจ้า จงถามชาวบ้านที่อยู่ที่นี่ดู ว่าเจ้าถูกใส่ร้ายหรือไม่!”
