เที่ยงวันสี่วันให้หลัง อวิ๋นเจิงนำทัพมาถึงค่ายใหญ่ของเจียเหยา
เมื่ออวิ๋นเจิงนำกองทัพมาถึง เหล่าทหารเป่ยหวนจำนวนไม่น้อยก็คลายใจลง
ก่อนหน้านี้ แม้หลายคนไม่เอ่ยออกมา ทว่าในใจก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าอวิ๋นเจิงอาจอาศัยมือชนเผ่าเถื่อนทางเหนือ บั่นทอนกำลังพลของเป่ยหวนให้ร่อยหรอลงไปอีก
การยกทัพมาช่วยเหลือของอวิ๋นเจิงอย่างทันท่วงที เปรียบเสมือนยาลูกกลอนสงบใจที่มอบแก่พวกเขา
เมื่อได้รับข่าว เจียเหยาก็ออกจากค่ายมาต้อนรับอวิ๋นเจิงด้วยตนเอง
“เจียเหยาขอคารวะสามี!”
ต่อหน้าเหล่าแม่ทัพ เจียเหยานับว่ามอบเกียรติแก่อวิ๋นเจิงอย่างเต็มที่
นางกำลังใช้วิธีนี้บอกเหล่าทหารเป่ยหวนว่า อวิ๋นเจิงผู้ยกทัพมาช่วยพวกเขาคือสามีของเจียเหยา มิใช่อวิ๋นเจิงผู้มีความแค้นลึกล้ำกับเป่ยหวน
เมื่อได้ยินคำเรียกที่เจียเหยาใช้กับอวิ๋นเจิง ฉินชีหู่ก็หัวเราะประหลาดออกมา พลางขยิบตาหยอกเย้าอวิ๋นเจิง
อวิ๋นเจิงพยักหน้ายิ้ม “คราวนี้ว่าง่ายขึ้นมาหน่อย ไม่รู้ว่าประเดี๋ยวเจ้าจะกลับมาแยกเขี้ยวใส่ข้าอีกหรือไม่”
“คำพูดนี้หมายความว่าอย่างไร?”
เจียเหยาถามอย่างไม่เข้าใจ
อวิ๋นเจิงเหลือบมองเจียเหยา ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “พวกเราทุกคนต่างพกเสบียงติดตัวมาเพียงไม่กี่ชั่ง และอาหารแห้งสำหรับห้าวัน...”
เดิมทีพวกเขานำเสบียงมาคนละสิบชั่ง
หลายวันมานี้ ระหว่างเดินทัพพวกเขาต้มเสบียงกินในเผ่าต่าง ๆ ของเป่ยหวน บัดนี้แต่ละคนจึงเหลือเสบียงติดตัวเพียงไม่กี่ชั่ง
กล่าวอีกนัยหนึ่ง เสบียงของพวกเขานับจากนี้ไปล้วนต้องให้เป่ยหวนรับภาระ
เจียเหยาเข้าใจความหมายของอวิ๋นเจิงแล้ว
