เห็นเจียเหยารับปากแล้ว อวิ๋นเจิงจึงเริ่มลงมือ
“คืนเข้าหอ ข้ายังไม่ได้ช่วยเจ้าถอดเสื้อผ้าเลย วันนี้กลับได้ช่วยเสียแล้ว...”
อวิ๋นเจิงช่วยเจียเหยาปลดอาภรณ์อย่างระมัดระวัง พลางหยอกเย้านางไปด้วย
“เจ้าไม่พูด ก็ไม่มีใครคิดว่าเจ้าเป็นใบ้หรอก!”
เจียเหยาทั้งอับอายทั้งขุ่นเคือง หันหน้าหนีไปอีกทาง
แม้ครั้งหนึ่งนางเกือบถูกอวิ๋นเจิงเห็นจนหมด แม้ทั้งสองจะเป็นสามีภรรยาที่เข้าพิธีแต่งงานกันอย่างเป็นทางการแล้ว แต่การปล่อยให้อวิ๋นเจิงช่วยปลดอาภรณ์ให้นั้นก็ยังทำให้นางเขินอายจนแทบทนไม่ไหว
“ได้!”
อวิ๋นเจิงยักไหล่ ก่อนช่วยเจียเหยาถอดอาภรณ์ต่อ
เมื่ออวิ๋นเจิงช่วยเจียเหยาปลดเสื้อคลุมชั้นนอกสองชั้นออก เสื้อรัดอกข้างในก็เผยให้เห็น
ให้ตายสิ!
เมื่อเห็นรูปร่างงดงามของเจียเหยาซึ่งเสื้อรัดอกรัดเน้นเอาไว้ ดวงตาของอวิ๋นเจิงก็แทบไม่กะพริบ
หางตาของเจียเหยาเหลือบเห็นอวิ๋นเจิง
ครั้นเห็นอวิ๋นเจิงจ้องมองหน้าอกของตนไม่วางตา นางก็อับอายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี
ทว่าเจียเหยามิใช่สตรีธรรมดา
นางปรับอารมณ์เล็กน้อย ก่อนฝืนข่มความอับอายขุ่นเคืองในใจลง
“งามหรือไม่?”
เจียเหยาหันกลับมามองอวิ๋นเจิง ใบหน้ามีแววเย้ายวนเพิ่มขึ้นหลายส่วน
“แค่ก ๆ...”
อวิ๋นเจิงกระแอมสองครั้ง ตัดใจละสายตาออกมาอย่างอ้อยอิ่ง แล้วกล่าวอย่างไม่ใส่ใจว่า “ก็พอใช้ได้! คลื่นลมแบบใดที่เปิ่นหวังยังไม่เคยพบ? เพียงแต่ไม่คิดว่าเจ้าจะสวมเสื้อรัดอกไว้ข้างใน...”
