“หลายวันไม่พบกัน ท่านอ๋องสบายดีหรือไม่”
ขณะที่อวิ๋นเจิงกับเย่จื่อกำลังเหม่อลอย เสียงประชดประชันของฮ่องเต้เหวินก็ดังขึ้นแล้ว
บัดซบ! บัดซบ! บัดซบ!
อวิ๋นเจิงกรีดร้องในใจอย่างบ้าคลั่ง
เจ้าคนเฒ่านี่มาที่นี่ได้อย่างไร?
คนที่กำลังจะเข้าเมืองเมื่อครู่คือเจ้าคนเฒ่านี่หรือ?
อวิ๋นเจิงหงุดหงิดใจยิ่งนัก เขารีบลุกขึ้นก้าวไปข้างหน้า คุกเข่าคารวะอย่างว่าง่าย “กระหม่อมคารวะเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ!”
ให้ตายสิ!
คนที่ด่านเป่ยลู่ต่างไม่รู้ว่าตนอยู่เล่ออัน
คาดว่าเว่ยอวี๋คงส่งคนไปแจ้งข่าวที่ติ้งเป่ยแล้ว
แต่เจ้าคนเฒ่านี่กลับมาที่นี่เสียได้?
มาช้ากว่านี้สักวันก็ยังดี!
เมื่อเห็นอวิ๋นเจิงคารวะอย่างนอบน้อม อู๋เซิงไท่ก็ถึงกับตะลึงงัน
เสด็จพ่อ?
ท่านนี้คือ...ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันหรือ?
อู๋เซิงไท่อ้าปากค้างจนลืมคำนับไปเสียสนิท
เมี่ยวอินมองฮ่องเต้เหวินด้วยสีหน้าซับซ้อน
นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้พบฮ่องเต้เหวิน
ไม่คาดคิดเลยว่าจะได้พบฮ่องเต้เหวินในสถานการณ์เช่นนี้
ชั่วขณะหนึ่ง เมี่ยวอินอยากพุ่งเข้าไปสังหารฮ่องเต้เหวิน ทว่าสุดท้ายก็ยังข่มใจเอาไว้ได้
เย่จื่อฝืนดึงสติกลับมาได้ นางรีบกระตุกเมี่ยวอินเบา ๆ แล้วกระซิบข้างหูว่า “ยังมีคนนอกอยู่ อย่าทำให้เสด็จพ่อกับอวิ๋นเจิงลงจากเวทีไม่ได้ มีสิ่งใดค่อยว่ากันภายหลัง”
กล่าวจบ เย่จื่อก็เร่งก้าวไปคารวะฮ่องเต้เหวิน
จนถึงยามนี้ อู๋เซิงไท่จึงได้สติราวกับเพิ่งตื่นจากฝัน รีบคุกเข่าตามลงไป
เมี่ยวอินกำหมัดแน่น ลังเลอยู่เนิ่นนาน สุดท้ายจึงค่อย ๆ คุกเข่าลง
ทว่านางก้มหน้าต่ำ ไม่ยอมมองฮ่องเต้เหวิน พยายามข่มจิตสังหารในใจเอาไว้
“ลุกขึ้นเถิด”
ฮ่องเต้เหวินหัวเราะหึ ๆ พลางเดินตรงไปยังหม้อใบใหญ่ที่มีไอร้อนกรุ่น
