หลังจากพบหน้ากันพร้อมครอบครัวอย่างเรียบง่าย อวิ๋นเจิงก็ให้เย่จื่อกับคนอื่น ๆ กลับไปก่อน
ก่อนจากกัน เขายังกำชับซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้พวกเขาเร่งไปยังถ้ำซ่อนทหารโดยเร็ว
ยามค่ำคืน เสิ่นลั่วเยี่ยนกับเมี่ยวอินนั่งพิงอวิ๋นเจิงอยู่คนละข้าง
ทั้งสามคนไม่พูดอะไร เอาแต่นั่งนิ่งอยู่เช่นนั้น
หากมีใครบุกเข้ามา คงนึกว่าทั้งสามคนกลายเป็นคนโง่ไปแล้วแน่!
ทว่าอวิ๋นเจิงกำลังทบทวนแผนการของตนในใจ ส่วนเสิ่นลั่วเยี่ยนกับเมี่ยวอินกำลังคิดสิ่งใด เขาก็ไม่อาจรู้ได้
เมื่ออวิ๋นเจิงทบทวนแผนการทั้งหมดในใจจนครบถ้วน จึงค่อยหลุดจากภวังค์ความคิด
เขาหันไปมอง เห็นสตรีทั้งสองเบิกตากว้าง ทว่าดวงตากลับเหม่อลอย
เห็นได้ชัดว่าพวกนางต่างกำลังครุ่นคิดเรื่องในใจ
“ข้าถามหน่อย พวกเจ้ากำลังทำอะไรกันอยู่?”
อวิ๋นเจิงโอบคนละข้าง “หรือกำลังคิดถึงครอบครัวของตน?”
เมื่อถูกอวิ๋นเจิงถาม สตรีทั้งสองจึงหลุดจากภวังค์
น้อยครั้งนักที่เสิ่นลั่วเยี่ยนจะไม่ปัดมือของอวิ๋นเจิงซึ่งวางอยู่ตรงเอว นางเอ่ยเสียงแผ่วว่า “ไม่รู้ว่าท่านแม่กับพี่สะใภ้ใหญ่จะผ่านช่วงปีใหม่นี้ไปได้ดีหรือไม่...”
“คงไม่ดีนักกระมัง?”
อวิ๋นเจิงกล่าว “พวกนางย่อมเป็นห่วงพวกเราอยู่เช่นกัน”
“เจ้ารู้จักพูดปลอบคนบ้างหรือไม่?” เมี่ยวอินเอ่ยเหน็บแนมด้วยสีหน้าเอือมระอา “นางกำลังคิดถึงครอบครัว เจ้าไม่ปลอบสักสองคำ บอกว่าท่านแม่ของนางกับคนอื่น ๆ สบายดีไม่ได้หรือ?”
“ลูกเดินทางไกล มารดาย่อมเป็นห่วง ต่อให้ข้าพูดไป นางก็ไม่เชื่ออยู่ดี!”
อวิ๋นเจิงยักไหล่ ก่อนถามเมี่ยวอิน “แล้วเจ้าเล่า กำลังคิดอะไรอยู่?”
มุมปากเมี่ยวอินยกขึ้นเล็กน้อย นางยิ้มเย้ายวน “ข้ากำลังคิดว่าเมื่อไรเจ้าจะก่อกบฏ!”
