รุ่งสางวันถัดมา อวิ๋นเจิงก็นำคนออกจากวัดต้าฉือ
หลังจากนั้น พวกเขาเร่งเดินทางไล่ตามกันไป จนในที่สุดก็ได้พบกับเสิ่นลั่วเยี่ยนและคนอื่น ๆ ในช่วงใกล้พลบค่ำ
ยามนี้ พวกเขาอยู่ห่างจากภูเขาจี้ซานไม่ไกลแล้ว
การที่อวิ๋นเจิงและพวกกลับมาได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ เห็นได้ชัดว่าเกินความคาดหมายของเสิ่นลั่วเยี่ยนและคนอื่น ๆ
อวิ๋นเจิงมิได้พูดคุยกับพวกนางมากนัก ตั้งใจว่าจะค่อยเล่าให้ฟังอย่างละเอียดในยามค่ำ
คืนนั้น พวกเขาเดินทางเข้าสู่อำเภอซานสุ่ยแห่งเมืองจี้ซาน
ที่ว่าการอำเภอซานสุ่ยกลายเป็นที่พักชั่วคราวของพวกเขา
เมื่อเข้าใกล้ภูเขาจี้ซาน พวกเขาก็ยิ่งระแวดระวังมากขึ้น
แม้แต่อาหารก็ให้คนติดตามเป็นผู้จัดเตรียม
หลังมื้ออาหาร อวิ๋นเจิงเรียกสตรีของตนหลายคน รวมทั้งฮูหยินเสิ่นและเว่ยซวงมาพบ พร้อมสั่งให้คนคุ้มกันอย่างเข้มงวด ห้ามผู้ใดเข้าใกล้
เมื่อเห็นอวิ๋นเจิงระมัดระวังถึงเพียงนี้ ทุกคนต่างเข้าใจว่ากำลังจะเกิดเรื่องใหญ่
ชั่วขณะนั้น สีหน้าของทุกคนพลันเคร่งขรึมขึ้น
อวิ๋นเจิงกวาดตามองทุกคน ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า “เสด็จพ่อทรงตัดสินพระทัยแล้วว่าจะเริ่มดำเนินการปลดรัชทายาทในช่วงปลายเดือนสอง นับจากนี้ พวกเราต้องเตรียมการอย่างเต็มกำลัง!”
ปลดรัชทายาท!
สิ้นเสียงอวิ๋นเจิง ทุกคนก็เบิกตากว้างอย่างอดไม่ได้
แม้ในใจพวกนางจะพอคาดเดาได้ว่าฮ่องเต้เหวินเรียกอวิ๋นเจิงเข้าพบเป็นการลับก็เพื่อเรื่องนี้ แต่เมื่อได้ยินข่าวที่แน่ชัดจากปากอวิ๋นเจิงจริง ๆ พวกนางก็ยังตกตะลึงจนพูดไม่ออก
ผ่านไปนาน ฮูหยินเสิ่นจึงได้สติและเอ่ยถามว่า “พวกเราต้องเตรียมการสิ่งใดบ้าง?”
