หลายวันต่อมา อวิ๋นเจิงยังคงไม่ออกจากจวนแม้แต่ก้าวเดียว
มีเพียงคนที่เห็นคนของจวนอ๋องหอบห่อยาเข้าจวนกันไม่ขาดสาย
ไม่มีใครรู้ว่าอ๋องอวิ๋นเจิงยังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว และไม่มีผู้ใดเข้าใกล้จวนอ๋องได้
กองทหารองครักษ์ของอวิ๋นเจิงเฝ้าจวนอ๋องไว้อย่างแน่นหนา มีคนคิดจะเข้าไปเยี่ยมเยียน แต่กลับเกือบถูกซ้อมเสียยกใหญ่
คนในจวนอ๋องประกาศต่อภายนอกว่าอวิ๋นเจิงไม่เป็นอะไร เพียงกำลังวางแผนใหญ่เพื่อความเป็นอยู่ของชาวซั่วเป่ย ห้ามผู้ใดรบกวน
ท่าทีของเหล่าทหารคุ้มกันในจวนอ๋องกลับยิ่งทำให้ดูเหมือนว่ากำลังปิดบังความจริง
ด้วยเหตุนี้ ข่าวอวิ๋นเจิงถูกลอบสังหารจึงแพร่สะพัดไปทั่ว
แม้แต่ตู๋กูเช่อซึ่งอยู่ห่างไกลถึงเว่ยเปียนก็ยังได้ยินข่าวลือมาบ้าง
ตู๋กูเช่อเองก็ไม่รู้ว่าอวิ๋นเจิงถูกลอบสังหารจริงหรือไม่
แต่ข่าวลือย่อมมีมูล
เมื่อมีข่าวลือเช่นนี้ เกรงว่าคงเกิดเรื่องขึ้นจริงแล้ว!
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังได้ยินว่าหน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณซึ่งกำลังพักฟื้นอยู่ที่กู้เปียน ได้มุ่งหน้าไปยังติ้งเป่ยอย่างเร่งด่วนแล้ว
ตู๋กูเช่อย่อมรู้จักหน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณของอวิ๋นเจิงดี
หากหน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณเคลื่อนไหว ย่อมมิใช่เรื่องดีแน่!
ตู๋กูเช่อยิ่งคิดก็ยิ่งนั่งไม่ติด อยากมุ่งหน้าไปติ้งเป่ยเพื่อสอบถามสถานการณ์ให้รู้แล้วรู้รอด
ทว่าบัดนี้ตู๋กูเช่อกลับไม่กล้าขยับตัว
ข่าวอวิ๋นเจิงถูกลอบสังหารอาจแพร่ไปทั่วกองทัพแล้ว
หากเขามุ่งหน้าไปติ้งเป่ยอีก เกรงว่าขวัญกำลังใจในกองทัพจะยิ่งสั่นคลอน
ถึงยามนั้นไม่รู้ว่าจะเกิดความวุ่นวายใดขึ้นบ้าง
ขณะที่ตู๋กูเช่อเดินวนไปมาไม่หยุด ผู้บัญชาการทหารองครักษ์ก็เร่งฝีเท้าเข้ามาอย่างกะทันหัน “รองแม่ทัพ โจวมี่พาคนมาขอพบ บอกว่ามีพระบัญชาลับจากองค์ชายพ่ะย่ะค่ะ!”
