อวิ๋นเจิงพักอยู่ที่ติ้งเป่ยเพียงคืนเดียว ก็เร่งนำคนมุ่งหน้าไปยังด่านเป่ยลู่
ต้องสืบให้รู้ก่อนว่าทหารรักษาการณ์ฟู่โจวคิดจะทำสิ่งใดกันแน่
เขาไม่อยากเปิดศึกกับราชสำนัก หาใช่ไม่กล้าเปิดศึกกับราชสำนักไม่
อวิ๋นเจิงและคณะเพิ่งจะเดินทางถึงหม่าอี้ ก็พบกับคนที่กำลังมุ่งหน้าไปติ้งเป่ยเพื่อส่งข่าว
“กราบทูลท่านอ๋อง ทูตพระราชโองการจากราชสำนักมาถึงด่านเป่ยลู่ตั้งแต่เช้าวันนี้ บัดนี้กำลังมุ่งหน้าไปติ้งเป่ยพ่ะย่ะค่ะ!”
ราชสำนักส่งคนมาประกาศพระราชโองการอีกแล้วหรือ?
อวิ๋นเจิงครุ่นคิดอยู่ในใจ ก่อนสั่งเกาเหอทันที “เจ้าเร่งนำคนไปที่นั่น ให้ทูตจากราชสำนักมาประกาศพระราชโองการที่หม่าอี้!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
เกาเหอรับคำสั่ง แล้วนำทหารองครักษ์หลายคนจากไปทันที
เที่ยงวันรุ่งขึ้น ทูตจากราชสำนักก็มาถึงหม่าอี้
ผู้มาประกาศพระราชโองการยังคงเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาของอวิ๋นเจิง มู่ซุ่น
มู่ซุ่นเดินทางมาอย่างเร่งด่วน หลังทักทายกันพอสังเขป เขาก็เริ่มประกาศพระราชโองการ
เนื้อหาในพระราชโองการเรียบง่ายยิ่ง
ฮ่องเต้เหวินตอบรับคำขอของอวิ๋นเจิง โดยจัดสรรเรือรบสามลำจากกองทัพเรือให้ทัพเป่ยฝู่
พร้อมกันนั้น ยังแต่งตั้งเมี่ยวอินเป็นพระชายารองของอวิ๋นเจิง
หลังประกาศพระราชโองการจบ มู่ซุ่นจึงกล่าวกับอวิ๋นเจิงด้วยรอยยิ้ม “ฝ่าบาททรงเมตตาองค์ชายยิ่งนัก องค์ชายคงไม่ทราบว่า เพียงเรื่องแต่งตั้งแม่นางเมี่ยวอินเป็นพระชายารองขององค์ชาย ในราชสำนักก็มีเสียงคัดค้านไม่น้อย...”
“หา?”
อวิ๋นเจิงพูดไม่ออก “มีสิ่งใดให้คัดค้านกัน?”
หรือมีคนในราชสำนักรู้ฐานะของเมี่ยวอินแล้ว?
คงไม่ใช่ฉินลิ่วก่านเจ้าคนเจ้าชู้นั่นเอาไปพูดหรอกกระมัง?
เจ้าคนเจ้าชู้นั่นคงไม่เอาเรื่องนี้ไปพูดส่งเดชหรอกใช่หรือไม่?
“องค์ชายไม่เข้าใจจริง ๆ หรือแสร้งไม่เข้าใจพ่ะย่ะค่ะ?”
มู่ซุ่นกล่าวอย่างทั้งขันทั้งจนใจ “การแต่งตั้งแม่นางเมี่ยวอินเป็นพระชายารองขององค์ชาย นับว่าผิดธรรมเนียมพ่ะย่ะค่ะ!”
