เมื่อแนวป้องกันของกองทัพข้าศึกที่คอยสกัดท้ายทัพพังทลายลงโดยสิ้นเชิง เจียเหยาก็นำทัพเริ่มไล่ล่าสังหารข้าศึกเช่นกัน
เพื่อป้องกันมิให้ถูกข้าศึกซุ่มโจมตี เจียเหยาสั่งให้หน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณทำหน้าที่เป็นหน่วยลาดตระเวนโดยตรง ส่วนนางนำกองทัพไล่ล่าตามไปด้านหลัง
เมื่อทราบว่ากองทัพที่อยู่ด้านหลังไล่ตามมาทัน อิ่นจื๋อก็สั่งให้คนคอยสกัดท้ายทัพไม่หยุด
ทว่าขวัญกำลังใจของเผ่าเกาฉินเริ่มพังทลายลงแล้ว บัดนี้ทุกคนต่างแตกตื่นอลหม่าน คิดแต่จะหนีเอาชีวิตรอด ไม่อาจจัดตั้งแนวป้องกันที่มีประสิทธิภาพเพื่อขัดขวางทหารไล่ตามด้านหลังได้เลย
ท้ายที่สุด กองทัพเผ่าเกาฉินก็แตกกระเจิงไปตลอดทาง ทิ้งหมวกเกราะและชุดเกราะหลบหนี
เจียเหยานำทัพไล่ติดตามไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งม้าศึกวิ่งต่อไม่ไหว จึงหยุดไล่ล่าข้าศึก แล้วหันไปล่าถอยมุ่งหน้าสู่เมืองหลงชิ่ง ระหว่างทางเก็บรวบรวมชุดเกราะกับอาวุธที่ข้าศึกทิ้งไว้ หากพบข้าศึกที่ก่อนหน้านี้ยังสังหารไม่ทัน ก็ลงมือจัดการเสีย
เมื่ออิ่นจื๋อนำทหารที่เหลือรอดหนีกลับถึงตู้หยาง ในมือเขาก็เหลือทหารไม่ถึง 6,000 นาย
หลังได้รับรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชา อิ่นจื๋อก็โศกแค้นอย่างยิ่ง
กองทัพสามหมื่นนายของเขา!
เพียงสองสามวัน กองทัพสามหมื่นนายกลับถูกทหารเพียงไม่กี่พันสังหารจนเหลืออยู่เท่านี้
บัดนี้แทบไม่มีกำลังทหารให้เขาเรียกมาสมทบได้อีกแล้ว
หากจะระดมทหารเพิ่ม ก็มีแต่ต้องดึงกำลังจากทางเมืองจวิ้น
เปิดศึกได้ราบรื่นถึงเพียงนั้น ท้ายที่สุดกลับพ่ายแพ้ย่อยยับเช่นนี้
ยิ่งอิ่นจื๋อคิดก็ยิ่งโศกแค้น เลือดลมพลุ่งพล่านขึ้นสู่หัวใจ เขากระอักเลือดออกมาอีกครั้งก่อนหมดสติไป
