ไม่นาน หยวนกุยก็ถูกลากตัวออกไปเช่นกัน
“อวิ๋นเจิง เจ้ากล้าก็ฆ่าข้าให้ตายสิ!”
“เจ้าเป็นคนต่ำช้าไร้ยางอาย!”
“คนอื่นกลัวเจ้า แต่หยวนกุยผู้นี้ไม่กลัว...”
หยวนกุยถูกลากออกไปพลางด่าทอไม่หยุด
“หุบปาก!”
หยวนฉงเดือดดาลจนแทบระงับไม่อยู่ เขาฝืนทนความเจ็บปวดที่แผ่นหลัง ก่อนหันไปมองหยวนกุยด้วยสีหน้าเหยเก
ไอ้ลูกอกตัญญู!
มันคิดจริง ๆ หรือว่าอวิ๋นเจิงไม่กล้าฆ่ามัน?
ต่อให้อวิ๋นเจิงฆ่ามันแล้ว ราชสำนักจะทำอะไรอวิ๋นเจิงได้?
มันคิดหรือว่าราชสำนักจะยกทัพทำสงครามกับอวิ๋นเจิงเพราะมันตาย?
เขาไม่ควรพาไอ้ลูกอกตัญญูผู้นี้ออกมาคุมทัพเลย!
ควรปล่อยให้มันอยู่บ้านทบทวนความผิดให้ดี!
แม้ตัวเขาเองก็แค้นอวิ๋นเจิง อยากสับร่างอีกฝ่ายให้เป็นหมื่นชิ้น แต่สถานการณ์ยามนี้เป็นรองผู้อื่น สิ่งใดที่ควรอดทนก็ต้องอดทน!
“ท่านพ่อ!”
หยวนกุยมองบิดาของตนอย่างไม่ยอมจำนน “หัวขาดก็แค่แผลใหญ่เท่าชาม ข้าไม่มีวัน...”
“ข้าบอกให้เจ้าหุบปาก!”
หยวนฉงคำรามอย่างเกรี้ยวกราด แทบอยากพุ่งเข้าไปฟาดปากไอ้ลูกอกตัญญูผู้นี้ด้วยกระบองทหารหลายที ให้ปากเหม็น ๆ นั่นพูดอะไรไม่ออกอีก
เมื่อเผชิญกับสายตาราวกับจะกินคนของหยวนฉง หยวนกุยก็จำต้องกล้ำกลืนความไม่ยินยอมแล้วหุบปากลง
หลังปรามหยวนกุยแล้ว หยวนฉงก็หันไปมองอวิ๋นเจิงด้วยสายตาวิงวอน “บุตรชายของกระหม่อมซุกซนไม่รู้ความ ขอท่านอ๋องโปรดเมตตาไว้ชีวิตด้วย!”
“หากเปิ่นหวังไม่เมตตาไว้ชีวิต ศีรษะของมันคงหลุดจากบ่าไปนานแล้ว!”
อวิ๋นเจิงเหลือบมองหยวนฉงอย่างเฉยชา ทว่าไม่กล่าวอะไรต่อ
คนโง่อย่างหยวนกุย ไม่ต้องฆ่าหรอก!
