เมื่อกลับถึงซั่วฟาง ความสูญเสียของฝ่ายอวิ๋นเจิงก็ถูกตรวจนับออกมาอย่างรวดเร็ว
พอทราบว่าพวกเขาเสียชีวิตเพียงสิบกว่าคน เซียวว่านโฉวก็อดหัวเราะเสียงดังไม่ได้
แม้เขาจะไม่รู้ว่าฝ่ายเป่ยหวนสูญเสียไปเท่าใด แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่า กองทัพเป่ยหวนต้องสูญเสียมากกว่าพวกเขาหลายสิบเท่าเป็นแน่!
ทว่าอวิ๋นเจิงกลับยิ้มไม่ออก
การสูญเสียสิบกว่าคน นับเป็นความสูญเสียที่แทบมองข้ามได้จริง
ต่อให้เขาทะนุถนอมชีวิตทหารเพียงใด ก็รู้ดีว่าสงครามย่อมมีคนตาย
เรื่องที่ไร้ผู้บาดเจ็บล้มตายนั้น ไม่ใช่สิ่งที่จะทำซ้ำได้โดยง่าย
เขายอมรับความสูญเสียครั้งนี้ได้ ทว่าในใจก็ยังไม่สบอารมณ์อยู่ดี!
จนถึงยามนี้ ภาพคนผู้หนึ่งที่ยิงธนูสามดอกในคราวเดียวยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดของเขา
คนที่พวกเขาสูญเสียไปกว่าสิบคน เกือบครึ่งล้วนตายในมือคนผู้นั้น
ระยะห่างไกลเกินไป เขาจึงมองหน้าคนผู้นั้นไม่ชัด
เพียงพิจารณาจากเครื่องแต่งกายและรูปร่างคร่าว ๆ ก็พอจะบอกได้ว่าเป็นสตรี
พอนึกถึงฝีมือยิงธนูอันน่าสะพรึงกลัวของสตรีผู้นั้น อวิ๋นเจิงก็ยิ่งไม่สบอารมณ์
“ท่านอ๋อง พวกเราได้ชัยชนะ เหตุใดดูคล้ายท่านไม่ค่อยยินดีเล่า?”
ในที่สุดเซียวว่านโฉวก็สังเกตเห็นอวิ๋นเจิงที่นั่งหน้าบึ้งอยู่ตรงนั้น
“ก็ไม่ค่อยยินดีจริง ๆ”
อวิ๋นเจิงเงยหน้ามองเซียวว่านโฉว “ท่านเห็นคนที่ยิงธนูสามดอกพร้อมกันผู้นั้นหรือไม่? คนของเราเกือบครึ่งตายเพราะลูกธนูของนาง”
“ใช่!”
เสิ่นลั่วเยี่ยนพยักหน้า “ดูเหมือนจะเป็นสตรี ฝีมือยิงธนูของนางเรียกได้ว่าเป็นผู้ที่เก่งกาจที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบมา ไม่มีผู้ใดเทียบได้...”
