แม้จี๋ชิ่งจะมิใช่เมืองใหญ่ แต่อวิ๋นเจิงก็ตัดสินใจพำนักอยู่ที่จี๋ชิ่งสองวัน
ด้านหนึ่งเพื่อให้กองทหารองครักษ์ของเขาได้พักฟื้น อีกด้านก็เพราะเขาอยากชมจี๋ชิ่งให้มากกว่านี้
ถึงขั้นอยากชมทุกซอกทุกมุมของจี๋ชิ่ง
ชั่วขณะนั้น อวิ๋นเจิงพลันนึกถึงฮ่องเต้เหวิน
คราวที่ฮ่องเต้เหวินเสด็จไปยังจวนผู้พิทักษ์ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ พระองค์ก็ทอดพระเนตรสิ่งต่าง ๆ ไปพลางเสด็จไปพลาง แม้แต่เนินเขาเล็ก ๆ ที่ไม่น่าสนใจยังเสด็จไปทอดพระเนตรสักครั้ง
ยามนั้นเขายังไม่ค่อยเข้าใจการกระทำของฮ่องเต้เหวิน
แต่บัดนี้ เขากลับเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว
ฮ่องเต้เหวินในยามนั้น คงมีพระทัยเช่นเดียวกับเขาในยามนี้กระมัง!
เมื่อสถานที่แห่งหนึ่งแบกรับความคาดหวังของคนผู้หนึ่งไว้มากมาย คนผู้นั้นย่อมอยากชมทุกซอกทุกมุมของสถานที่แห่งนั้น
“ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากถามเจ้า”
ระหว่างเดินเตร็ดเตร่ไปกับอวิ๋นเจิง หลุนไถพลันเอ่ยถามฉินผู่ที่อยู่ข้างกาย
เขามาถึงที่นี่ก่อนล่วงหน้าระยะหนึ่งแล้ว สิ่งที่ควรชมก็ชมไปหมดแล้ว ให้ชมอีกครั้งก็ไม่ค่อยมีแก่ใจนัก
“เรื่องใดหรือ?”
ฉินผู่ยิ้มพลางถามหลุนไถ
หลุนไถลังเลเล็กน้อย ก่อนกล่าวว่า “คำถามนี้อาจไม่เหมาะนัก แต่ข้าไม่มีเจตนาล่วงเกิน เพียงอยากคลี่คลาย...”
“ข้าพอเดาออกแล้วว่าเจ้าอยากถามเรื่องใด”
ฉินผู่กล่าวขัดหลุนไถ
“หืม?”
หลุนไถประหลาดใจ “เจ้าคาดเดาออกแล้วหรือ?”
ฉินผู่ยิ้มบาง ๆ “เจ้าอยากถามว่า เหตุใดข้าจึงยอมสวามิภักดิ์ต่อต้าเฉียนโดยสมัครใจ ใช่หรือไม่?”
หลุนไถชะงักไปเล็กน้อย ก่อนยิ้มเจื่อน “ก็ประมาณนั้น แต่...”
กล่าวถึงตรงนี้ หลุนไถก็หยุดลงอีกครั้ง
