ยามบ่ายวันนี้ อวี๋ซื่อจงและพวกเขาปะทะเข้ากับหน่วยลาดตระเวนม้าของกองทหารกองรักษาการณ์สุยหนิง
เรื่องนี้ยืนยันได้ว่า ทางกองรักษาการณ์สุยหนิงเองก็ระแวดระวังกองทหารม้าเป่ยหวนที่อาจข้ามแม่น้ำไป๋สุ่ยมาเช่นกัน
“พวกมันมีคนประมาณเท่าใด?”
อวิ๋นเจิงเอ่ยถามทันที
อวี๋ซื่อจงตอบว่า “ราวสามพันคน”
“ช่างร่ำรวยฟุ่มเฟือยเสียจริง!”
อวิ๋นเจิงอดรู้สึกอิจฉาไม่ได้
แค่ส่งหน่วยลาดตระเวนออกมา ก็ใช้ทหารม้าถึงสามพันนาย
เมื่อเทียบกับคนของกองรักษาการณ์สุยหนิงแล้ว พวกเขาช่างกระจ้อยร่อยเหลือเกิน
ทว่าเรื่องนี้ก็ช่วยไม่ได้
พวกเขามีทุนรอนอยู่เพียงเท่านี้ จะเอาไปเทียบกับผู้อื่นได้อย่างไร
อวี๋ซื่อจงยิ้ม ก่อนกล่าวว่า “วันนี้ตอนลาดตระเวน พวกเราพบว่าแม่น้ำไป๋สุ่ยใกล้จะจับตัวเป็นน้ำแข็งทั้งหมดแล้ว หากสภาพอากาศเป็นเช่นนี้ต่อไปอีกประมาณครึ่งเดือน ม้าก็จะวิ่งข้ามแม่น้ำไป๋สุ่ยได้...”
“เช่นนั้นพวกเราต้องเตรียมการให้พร้อมแล้ว”
สีหน้าอวิ๋นเจิงค่อย ๆ เคร่งขรึมลง “ข้าเองก็สมควรเตรียมตัวไว้บ้าง!”
“องค์ชายจะเตรียมสิ่งใดหรือ?”
อวี๋ซื่อจงถามอย่างไม่เข้าใจ
“อีกไม่กี่วันเจ้าก็จะรู้เอง”
อวิ๋นเจิงเผยรอยยิ้มลึกลับ
แม้อวี๋ซื่อจงจะสงสัย แต่เห็นอวิ๋นเจิงไม่คิดพูดมากกว่านี้ จึงไม่ได้ถามต่อ
ยามค่ำ อวิ๋นเจิงกำลังศึกษาตำแหน่งต่าง ๆ บนแผนที่ เมี่ยวอินก็ผลักประตูเข้ามา ในมือยังถือถ้วยน้ำแกงอยู่ด้วย
“คงไม่ใช่น้ำแกงไก่อีกกระมัง?”
อวิ๋นเจิงเงยหน้ามองเมี่ยวอินด้วยสีหน้าขมขื่น
วันหนึ่งต้องดื่มน้ำแกงไก่ถึงสองมื้อ นี่มันนานเท่าใดแล้ว?
ยามนี้เพียงได้กลิ่นน้ำแกงไก่ เขาก็แทบอยากสำรอก
“หากไม่ใช่ แล้วจะเป็นอะไรเล่า?”
