เมื่อเห็นกองทัพเผ่าหมานตกอยู่ในความโกลาหล แววเพลิงแค้นพลันลุกโชนในดวงตาของอวี๋ซื่อจง เขาตะโกนก้องด้วยจิตสังหาร “ตีกลองศึก ทั้งกองทัพบุกโจมตี!”
แก้แค้น!
นี่คือโอกาสอันดีที่จะล้างแค้นแทนเหล่าทหารที่ถูกจับเป็นเชลย!
“ตึง ตึง ตึง...”
เมื่ออวี๋ซื่อจงออกคำสั่ง เสียงกลองศึกอันเร่งเร้าก็ดังก้องไปทั่วสนามรบ
เมื่อได้รับคำสั่ง ทหารม้าที่อดกลั้นไม่ไหวมานานต่างอ้อมออกมาจากสองฟากเนินเขา พุ่งเข้าใส่กองทัพเผ่าหมานพร้อมเพลิงโทสะเต็มอก
สังหารสัตว์ร้ายเหล่านี้ให้สิ้นซาก!
ณ ชั่วขณะนี้ ในใจของเหล่าทหารทุกคนมีเพียงความคิดนี้
ฉินชีหู่กับลู่ซิงจับตาราชันเผ่าหมานไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
ฉินชีหู่กวัดแกว่งพลองหนามหมาป่าในมือ นำกองทัพอาภรณ์โลหิตพุ่งตรงเข้าหากองทัพเผ่าหมาน ไล่ล่าสังหารราชันเผ่าหมานที่ถูกช้างแมมมอธตื่นตกใจพาวิ่งพล่านไปทั่วสนามรบ
“เสิ่นควน!”
อวิ๋นเจิงตะโกนลั่น พลางชักดาบศึกออกมาอย่างฉับพลัน “นำกองทหารองครักษ์ ตามเปิ่นหวังบุกสังหาร!”
เสิ่นควนกำลังจะรับคำสั่งตามสัญชาตญาณ ทว่าพลันได้สติขึ้นมา
“พระวรกายขององค์ชายสูงส่ง จะเสด็จไปเสี่ยงอันตรายได้อย่างไร! ให้ข้าน้อยนำทัพบุกสังหารก็พอพ่ะย่ะค่ะ!”
เสิ่นควนชักดาบศึกของตนออกมา พลางส่งสายตาให้เมี่ยวอินอย่างบ้าคลั่ง หวังให้นางช่วยเกลี้ยกล่อมอวิ๋นเจิง
ทว่าเมี่ยวอินกลับไม่เอ่ยสักคำ
นางรู้ดีว่าตนไม่มีทางเกลี้ยกล่อมอวิ๋นเจิงได้
เมื่อได้เห็นภาพเหตุการณ์นั้นกับตาตนเอง ในใจอวิ๋นเจิงก็เต็มไปด้วยเพลิงโทสะ
ยามนี้อวิ๋นเจิงคงคิดเพียงจะพุ่งเข้าสู่สนามรบ ใช้เลือดของพวกเผ่าหมานที่ไร้ความเป็นมนุษย์เหล่านั้นดับโทสะในใจ
สิ่งเดียวที่นางทำได้ คือคอยคุ้มกันอยู่ข้างกายอวิ๋นเจิง
