กองทหารม้าเหล็กเป่ยหวนที่อู้เลี่ยกับปันปู้นำทัพ ต่างมองขึ้นไปยังด้านบนหุบเขาอย่างเหม่อลอย
ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความโศกแค้น
ทว่ากลับทำอะไรไม่ได้
ยามนี้พวกเขาบุกสังหารเข้าไป นอกจากส่งตัวเองไปตายแล้วก็ไร้ความหมาย
อีกทั้งกำแพงไฟตรงปากหุบเขายังขวางทางไว้ พวกเขาไม่มีทางฝ่าเข้าไปได้!
“ทิ้งม้า! ปีนขึ้นไป! ไต่ขึ้นไปให้ข้า!”
“พวกเรายังไม่แพ้!”
“ปีนขึ้นไป สังหารชาวต้าเฉียนสารเลวพวกนั้นให้หมด!”
อู้เลี่ยตะโกนลั่นอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด
“องค์ชายใหญ่ ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ!”
คนข้างกายคว้ามืออู้เลี่ยไว้ พลางกล่าวอย่างร้อนรนว่า “ในเมื่อข้าศึกคาดการณ์ได้ว่าพวกเราจะบุกค่าย ย่อมต้องวางกำลังซุ่มโจมตีไว้แน่ หากพวกเราปีนขึ้นไปในยามนี้ ก็ไม่ต่างจากส่งตัวเองไปตาย!”
หากพวกเขาทิ้งม้าแล้วปีนขึ้นไปบนหุบเขา เกรงว่ายังไม่ทันถึงครึ่งทาง ห่าธนูก็จะโปรยลงมาเสียก่อน!
ถึงตอนนั้น ต่อให้คนของพวกเขาไม่ถูกยิงตาย ก็คงตกลงมาตายอยู่ดี!
ยามนี้จะสิ้นเปลืองกำลังพลไปโดยเปล่าประโยชน์อีกไม่ได้เด็ดขาด
“หรือพวกเราจะยืนมองพวกเขาตายไปต่อหน้าต่อตา?”
อู้เลี่ยคำรามอย่างเดือดดาล ดวงตาแดงก่ำ ประหนึ่งสัตว์ร้ายที่พร้อมขย้ำเหยื่อ
“ถอยเถิด!”
คนข้างกายหันหน้าหนีไปอีกทางอย่างเจ็บปวด คร่ำครวญอย่างหมดเรี่ยวแรง
แผนบุกค่ายล้มเหลวแล้ว!
แผนการทั้งหมดหลังจากนี้ของพวกเขาพังทลายลงหมดสิ้น
ยามนี้มีแต่ต้องถอยกลับไป แล้วค่อยวางแผนกันใหม่!
อู้เลี่ยกำดาบโค้งในมือแน่น ลังเลอยู่เนิ่นนาน กว่าจะสั่งถอนทัพด้วยใบหน้าเปี่ยมความโศกแค้น
ไม่ได้เห็นเสีย ก็ไม่ต้องขุ่นเคืองใจ!
ขณะที่อู้เลี่ยนำทัพถอยกลับ เสียงกรีดร้องจากด้านบนหุบเขาก็ค่อย ๆ เบาลง
