หลายวันต่อมา ในที่สุดทุกคนก็กลับถึงติ้งเป่ย
ด้วยคำกำชับล่วงหน้าของฮ่องเต้เหวิน เรื่องที่พระองค์เสด็จมายังติ้งเป่ยจึงถูกเก็บเป็นความลับอย่างเข้มงวด มีเพียงคนในจวนอ๋องเท่านั้นที่รู้ว่าฮ่องเต้เหวินจะเสด็จมา
เมื่อถึงติ้งเป่ย ฮ่องเต้เหวินมิได้มุ่งหน้าไปจวนอ๋องเป็นอันดับแรก กลับยืนกรานให้อวิ๋นเจิงพาไปดูมันเทศดิน
ถึงขั้นลากอย่างไรก็ไม่ยอมขยับ
อวิ๋นเจิงบอกว่าจะให้คนนำมันเทศดินไปให้ทอดพระเนตรที่จวนอ๋องก็ยังไม่ได้ พระองค์ยืนกรานจะไปดูถึงห้องใต้ดินที่เก็บมันเทศดินด้วยพระองค์เอง
อวิ๋นเจิงสงสัยอย่างยิ่งว่าเจ้าคนแก่ผู้นี้คงกลัวตนจะหยิบมันเทศดินให้ดูไม่กี่หัวแล้วไล่กลับ จึงต้องไปดูคลังของตนก่อน จะได้รู้ว่าควรปล้นมันเทศดินจากตนไปเท่าใด
เมื่อฮ่องเต้เหวินยืนกราน อวิ๋นเจิงก็จำต้องพาพระองค์ไปยังสถานที่เก็บมันเทศดินแห่งหนึ่ง
แม้มันเทศดินของพวกเขาจะแบ่งเก็บไว้ในห้องใต้ดินหลายแห่ง แต่ห้องเหล่านั้นตั้งอยู่ติดกัน เพื่อสะดวกต่อการจัดเวรยามรักษาความปลอดภัย
ฮ่องเต้เหวินเพิ่งเสด็จลงจากรถม้า ก็ทอดพระเนตรเห็นทหารสวมเกราะถืออาวุธจำนวนมาก
“เจ้าป้องกันแน่นหนาดีทีเดียว กลัวใครจะมาขโมยมันเทศดินของเจ้าหรือ?”
ฮ่องเต้เหวินหันพระพักตร์มองอวิ๋นเจิง แย้มพระสรวลเล็กน้อย
อวิ๋นเจิงพยักหน้าพลางยิ้ม “ก็กลัวคนมาขโมยน่ะสิพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อไม่ทรงทราบ เจียเหยาเฝ้าคะนึงถึงมันเทศดินพวกนี้อยู่ตลอด ลูกบอกให้นางนำทองคำ 10 ตำลึงมาแลกมันเทศดินหนึ่งหัว นางคงยอมแลกเป็นแน่”
“เจียเหยามีสายตากว้างไกลอยู่บ้าง”
แววชื่นชมปรากฏบนพระพักตร์ฮ่องเต้เหวิน พระองค์ตรัสเสียงเบาว่า “หากสตรีผู้นี้สวามิภักดิ์ด้วยใจจริง วันหน้าก็อาจเป็นฮองเฮาของแคว้นได้!”
