ปัง!
เจินเถียนอู่ฟาดถ้วยใบหนึ่งลงกับพื้นด้วยความเดือดดาลในเมืองสือเกา ก่อนลุกขึ้นยืน ใบหน้าเย็นชา
เจ้าเมืองทางใต้หลายคนไม่เพียงไม่ยอมมาที่เมืองสือเกาเพื่อสวามิภักดิ์ กลับยังกล้าระดมกำลังพลอีกหรือ?
“สืบได้ความแน่ชัดแล้วหรือ?”
เจินเถียนอู่ถามสายลับที่ส่งออกไปด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว
“ข้าน้อยสืบได้แน่ชัดแล้วขอรับ! พวกเขากำลังระดมกำลังพลจริงๆ!”
สายลับตอบอย่างระมัดระวัง
“รนหาที่ตาย!”
เจินเถียนอู่ตวาดลั่น ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นฉงนสงสัย “สืบได้หรือไม่ว่าเหตุใดจู่ๆ พวกเขาจึงกลับคำ ปฏิเสธที่จะยอมจำนน?”
“เอ่อ...”
สายลับส่ายหน้าเบาๆ “ข้าน้อยยังสืบหาสาเหตุไม่พบขอรับ”
“เช่นนั้นก็ไปสืบมาอีก!”
เจินเถียนอู่โบกมืออย่างหงุดหงิด
สายลับไม่กล้าชักช้า รีบถอยออกไปทันที
ทันทีที่สายลับจากไป หวังชี่กับฉินชีหู่ก็รุดมาถึงหลังได้รับข่าว
“เกิดเรื่องอันใดขึ้น?”
หวังชี่ขมวดคิ้วถามเจินเถียนอู่ “ข้าได้ยินว่าเจ้าเมืองพวกนั้นจู่ๆ ก็ไม่ยอมจำนน ทั้งยังเริ่มเกณฑ์ทหาร พวกเขาคิดกลับคำ อยากสู้ตายกับพวกเราจนถึงที่สุดหรือ?”
“น่าจะเป็นเช่นนั้น”
สีหน้าของเจินเถียนอู่เองก็ย่ำแย่
“บัดซบเอ๊ย คนพวกนี้เป็นบ้าอันใดกัน!”
ฉินชีหู่สบถ “ในเมื่อไม่ยอมจำนน แล้วเหตุใดถึงปล่อยให้พวกเราเข้ายึดเมืองสือเกา?”
“ข้าก็สงสัยเช่นกัน”
หวังชี่มองเจินเถียนอู่กับเถียนจงซิ่นอย่างคลางแคลงใจ “ตามหลักแล้ว พวกเขาถึงกับเปิดประตูเมืองต้อนรับพวกเรา ย่อมไม่มีเหตุผลที่จะต่อต้านอย่างหัวชนฝาในยามนี้ การเปลี่ยนใจอย่างกะทันหันของพวกเขา หรือเป็นเพราะเข้าใจพวกเราผิดไป?”
