ก่อนย่ำค่ำ อวิ๋นเจิงกับเจียเหยานำกองทหารองครักษ์เดินทางฝ่าลมฝุ่นมาถึงเมืองสือเกา
ทันทีที่มาถึง อวิ๋นเจิงก็เรียกเจินเถียนอู่และคนอื่น ๆ มาประชุมหารือ
เมื่อเห็นสีหน้าเย็นชาเคร่งขรึมของอวิ๋นเจิง หลายคนก็รู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาทันที
“สืบทราบสาเหตุแล้วหรือยัง?”
พอทุกคนมาถึง อวิ๋นเจิงก็เอ่ยถามด้วยสีหน้าบึ้งตึง
เมื่อถูกอวิ๋นเจิงถาม เจินเถียนอู่กับเถียนจงซิ่นต่างก็ก้มหน้า
ฉินชีหู่รวบรวมความกล้าตอบว่า “ยังสืบไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดพ่ะย่ะค่ะ ได้ยินว่าผู้ครองแคว้นหลายคนนั้นคิดว่าพวกเราไม่ได้ยอมรับการยอมจำนนของพวกเขาด้วยใจจริง ทั้งยังกล่าวว่าพวกเราต้องการหลอกล่อพวกเขามาที่เมืองสือเกาเพื่อเอาชีวิต”
เมื่อได้ฟังคำของฉินชีหู่ สายตาของอวิ๋นเจิงกับเจียเหยาก็พลันจับจ้องไปยังเถียนจงซิ่น
เถียนจงซิ่นสัมผัสได้ถึงสายตาของทั้งสอง จึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
“องค์ชาย กระหม่อมกล้าเอาศีรษะเป็นประกัน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกระหม่อมอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”
เถียนจงซิ่นรีบร้อนกล่าวยืนยัน เกรงว่าอวิ๋นเจิงกับเจียเหยาจะคิดว่าเขาเป็นผู้สั่งการอยู่เบื้องหลัง
“กระหม่อมก็กล้าเอาศีรษะเป็นประกัน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ!”
เจินเถียนอู่รีบกล่าวเสริม
“เช่นนั้นหรือ?”
อวิ๋นเจิงกวาดสายตาคมกริบไปมาระหว่างทั้งสอง “เมื่อไม่เกี่ยวข้องกับพวกเจ้า หรือจะเกี่ยวข้องกับหวังชี่กับฉินชีหู่ หรือไม่ก็เกี่ยวข้องกับข้า?”
ทั้งสองก้มหน้า เงียบงันไปทันที
หวังชี่ฝืนยิ้มบาง ๆ “องค์ชาย กระหม่อมเชื่อว่าแม่ทัพเจินเถียนอู่กับแม่ทัพเถียนจงซิ่นคงไม่ส่งคนไปทำเรื่องเช่นนี้ กระหม่อมคาดว่าอาจเป็นพรรคพวกที่ยังหลงเหลือของหยวนฉางเจิ้งก่อกวนยุยงพ่ะย่ะค่ะ”
