ยามเช้า เมื่ออวิ๋นเจิงตื่นขึ้น เมี่ยวอินยังคงหลับใหลอยู่
ทั้งสองต่างอดอยากมานานจนได้ลิ้มรสความชุ่มฉ่ำ เมื่อคืนพัวพันคลอเคลียกันอยู่หลายครา จนแทบหมดเรี่ยวแรง
มองใบหน้าของเมี่ยวอินที่เจือสีแดงระเรื่ออยู่เล็กน้อย อวิ๋นเจิงก็อดทอดถอนใจไม่ได้
นี่สิถึงจะเรียกว่าชีวิต!
คิดเช่นนั้นแล้ว อวิ๋นเจิงก็โอบเอวเมี่ยวอินอย่างอ่อนโยนอีกครั้ง ตั้งใจจะดื่มด่ำอยู่ในอ้อมกอดอันแสนหวานต่อไป
“ทั้งคืนยังไม่หนำใจอีกหรือ?”
เมี่ยวอินหันหน้ามา จ้องอวิ๋นเจิงด้วยดวงตาฉ่ำเยิ้ม
“เจ้าตื่นแล้วหรือ?”
อวิ๋นเจิงยิ้มพลางรัดเมี่ยวอินให้แน่นขึ้น
“ข้าตื่นนานแล้ว”
เมี่ยวอินหัวเราะคิกคัก “เห็นท่านยังไม่ตื่น กลัวจะรบกวน จึงหลับตาพักสายตาอยู่ที่นี่ต่างหาก ดูสิ ข้าตื่นก่อนท่าน เมื่อคืนเห็นทีข้าจะเป็นฝ่ายชนะ”
กล่าวจบ เมี่ยวอินก็ขยิบตาอย่างยั่วยวน
“เจ้ากำลังท้าทายเปิ่นหวังหรือ?”
อวิ๋นเจิงสะท้านกาย “ดูท่าเปิ่นหวังคงต้องสั่งสอนเจ้าให้ดีอีกสักครา!”
“อย่าซนสิ!”
เมี่ยวอินส่งสายตาหวานเยิ้ม ก่อนหยิกอวิ๋นเจิงเบา ๆ “ลุกขึ้นมากินมื้อเช้าได้แล้ว”
ปากเมี่ยวอินบอกให้อวิ๋นเจิงหยุดซุกซน ทว่าท่าทางยั่วยวนของนางกลับประหนึ่งกำลังขับขานข้างหูเขาว่า ‘มาเถิด มาสุขสำราญกัน…’
โอ๊ย!
นางปีศาจน้อยผู้นี้!
อวิ๋นเจิงระเบิดพลังขึ้นมาในบัดดล ฉุดเมี่ยวอินเข้าหาตัวแล้วกล่าวยิ้มเจ้าเล่ห์ “กินข้าวจะสำคัญเท่ากินคนได้อย่างไร?”
“ถุย! เจ้าคนหื่นกาม!”
เมี่ยวอินถ่มน้ำลายเบา ๆ ทว่ากลับเป็นฝ่ายโอบคออวิ๋นเจิงแล้วจุมพิตเขาก่อน…
ทั้งสองพัวพันคลอเคลียกันอย่างเร่าร้อนอีกครา ร่างกายต่างชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อ ทว่ากลับยังกอดกันแนบแน่นประหนึ่งคู่สามีภรรยาที่เพิ่งลิ้มรสความสุขของชายหญิง ต่างสงบนิ่งซึมซับความอ่อนโยนของกันและกัน
