“ยังยุ่งอยู่อีกหรือ?”
เมี่ยวอินเดินมาหยุดข้างอวิ๋นเจิง “เหล่าแม่ทัพที่กู้เปียนยังเอ่ยปากจะจัดงานฉลองชัยให้ท่านอยู่เลย พวกเขาไม่กล้ารบกวนคนยุ่งอย่างท่าน จึงให้ข้ามาถามดู”
อวิ๋นเจิงยุ่งอยู่จริง ๆ
พอกลับมาถึงกู้เปียนก็เริ่มวุ่นวายกับงานทันที
เห็นอวิ๋นเจิงยุ่งถึงเพียงนี้ แต่นางกลับช่วยอะไรไม่ได้ เมี่ยวอินจึงรู้สึกผิดอยู่บ้าง
นางไม่ใช่เย่จื่อ เรื่องกิจการภายในเหล่านี้ นางช่วยอวิ๋นเจิงไม่ได้จริง ๆ
เรื่องนี้นางคล้ายเสิ่นลั่วเยี่ยน ทั้งคู่เห็นเรื่องวุ่นวายภายในแล้วก็ปวดหัว
“เรื่องฉลองชัยพักไว้ก่อนเถิด”
อวิ๋นเจิงส่ายหน้า “มิใช่ความชอบของข้าเพียงผู้เดียว รอคนที่เหลือกลับมาแล้วค่อยว่ากันว่าแต่เรื่องทางอวี๋ซื่อจงมีข่าวส่งกลับมาหรือยัง? พวกเขาพบกับคนที่คุมตัวเชลยไปแล้วหรือไม่?”
“ยังไม่ได้รับข่าวจากทางนั้น”
เมี่ยวอินส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนยิ้มกล่าวว่า “พวกเขาคงยังไม่พบกันเร็ว ๆ นี้หรอก ช่วงนี้ฝนตกไม่หยุด ทุ่งหญ้าชื้นแฉะไปทั่ว ทั้งยังต้องขนเสบียงไปด้วย ย่อมเดินทางไม่เร็ว”
“ก็จริง”
อวิ๋นเจิงนวดขมับอย่างเหนื่อยล้า ก่อนถามต่อ “อารมณ์ของเจียเหยาเป็นอย่างไรบ้าง?”
“นางจะมีอารมณ์อันใดได้เล่า!”
เมี่ยวอินเม้มปากยิ้ม หยอกเย้าว่า “ข้าคาดว่านางยังรอดื่มสุรามงคลของตนเองอยู่กระมัง!”
“……”
มุมปากอวิ๋นเจิงกระตุกเล็กน้อย จากนั้นร่างก็สะท้านวูบ เขารวบเมี่ยวอินเข้ามาในอ้อมแขนอย่างแข็งกร้าว แล้วกล่าวเสียงข่มขู่ว่า “ข้าขอเตือนเจ้า บัดนี้พวกเรากลับมาถึงกู้เปียนแล้ว! หากยังล้อข้าอีก ระวังจะโดนกฎบ้าน!”
กล่าวจบ อวิ๋นเจิงก็ตบก้นเมี่ยวอินดังเพียะ
