หลายวันต่อมา อวิ๋นเจิงเดินทางมายังตำบลปาต้งอย่างลับ ๆ
คราวนี้อวิ๋นเจิงไม่ได้เอิกเกริกยามออกเดินทาง คนของเขาปลอมตัวเป็นคณะพ่อค้า ก่อนลอบมายังค่ายทหารที่ประจำการอยู่ในตำบลปาต้ง
“สองสามวันมานี้ ทางฝั่งตรงข้ามมีข่าวใหม่ส่งมาบ้างหรือไม่?”
เมื่อมาถึงค่าย อวิ๋นเจิงก็เรียกหลี่ซิ่วเข้ามาสอบถามในกระโจม
“ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ!”
หลี่ซิ่วส่ายหน้า “หลายวันมานี้ กระหม่อมคอยจับตาความเคลื่อนไหวของกองทัพในค่ายใหญ่หลูหลินอย่างลับ ๆ พวกเขายังคงเป็นเช่นเดิม ไม่มีสิ่งใดผิดปกติพ่ะย่ะค่ะ”
ไม่มีสิ่งใดผิดปกติงั้นหรือ?
โจวเต้ากงกำลังรอให้ตนมอบคำตอบแก่เขาหรือ?
อวิ๋นเจิงครุ่นคิดเล็กน้อย แล้วถามต่อ “เจ้าพอจะติดต่อโจวเต้ากงอย่างลับ ๆ ได้หรือไม่?”
“ได้พ่ะย่ะค่ะ!”
หลี่ซิ่วตอบ “ทางตะวันตกเฉียงเหนือของค่ายใหญ่หลูหลินราวห้าหกลี้ มีสระน้ำเล็ก ๆ อยู่แห่งหนึ่ง...”
ข้างสระน้ำเล็ก ๆ แห่งนั้นมีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง หากปีนขึ้นไปก็จะพบโพรงไม้บนต้นไม้ ซึ่งเป็นสถานที่ที่หลี่ซิ่วกับโจวเต้ากงใช้เก็บจดหมายลับ
โจวเต้ากงยังคงระมัดระวังตัวอยู่พอสมควร
เขารู้ดีว่าหากเรื่องที่ตนลอบติดต่ออวิ๋นเจิงถูกเปิดเผย ย่อมมีจุดจบไม่สู้ดีเป็นแน่
ดังนั้น หลายวันก่อนโจวเต้ากงจึงแอบส่งคนไปติดต่อหลี่ซิ่ว ทั้งสองฝ่ายนัดพบกันอย่างลับ ๆ ที่สระน้ำแห่งนั้น และกำหนดสถานที่สำหรับเก็บจดหมายลับไว้
เช่นนี้ ต่อไปหากมีเรื่องใด พวกเขาก็ไม่ต้องส่งคนไปพบกันอย่างลับ ๆ อยู่เสมอ ช่วยลดโอกาสที่สายลับซึ่งอวิ๋นลี่จัดวางไว้จะพบความเคลื่อนไหวของโจวเต้ากงลงได้อีกขั้น
