อีกฟากของแม่น้ำเกอหม่า
กองทัพของจ้าวจี๋เพิ่งมีชัยในการศึกเช่นกัน
พวกเขาใช้เวลาเพียงวันเดียว กำจัดทหารแนวหน้าของศัตรูสามหมื่นนายจนสิ้น และสังหารทหารศัตรูอีกห้าพันนายที่คิดอ้อมไปเผาเสบียงของพวกเขาจนหมด
ฝ่ายตนสูญเสียกำลังพลไม่มากนัก ทว่าพอจ้าวจี๋ได้รับข่าวจากหน่วยลาดตระเวน สีหน้าก็พลันเคร่งขรึมลง
กองทัพหลักของศัตรูกำลังเร่งถอยทัพ!
เหยื่อล่อ!
จ้าวจี๋มองเจตนาของหลัวปู้ตันเจิงออกในทันที
ไม่ว่าจะเป็นทหารแนวหน้าสามหมื่นนาย หรือทหารห้าพันนายที่คิดเผาเสบียงของพวกเขา ล้วนเป็นเหยื่อล่อที่หลัวปู้ตันเจิงส่งออกมา เพื่อถ่วงเวลาและเปิดทางให้กองทัพหลักข้ามแม่น้ำ
สถานการณ์ของซีฉวีในยามนี้เป็นเช่นไร ถึงกับยอมส่งทหารสวมเกราะสามหมื่นกว่านายออกมาเป็นเหยื่อล่อได้ง่ายดายเช่นนี้!
แม้แต่บุตรชายสองคนของหลัวปู้ตันเจิงก็อยู่ในนั้นด้วย!
ช่างโหดเหี้ยม!
ช่างเด็ดขาด!
แน่นอนว่าเป็นผู้ที่น่าเลื่อมใสยิ่งนัก!
“พวกเขาคิดจะยกทัพไปล้อมโจมตีก้งปู้!”
ชวีจื้อหรี่ตาลงเล็กน้อย พลางคาดเดาจุดประสงค์ที่หลัวปู้ตันเจิงทำเช่นนี้ได้อีกขั้น
พวกเขาทราบจากปากแม่ทัพศัตรูที่ถูกจับเป็นเชลยว่า อวิ๋นเจิงยึดก้งปู้ได้ตั้งแต่หลายวันก่อนแล้ว
สิ่งเดียวที่ทำให้หลัวปู้ตันเจิงยอมใช้ทหารสวมเกราะสามหมื่นกว่านายเป็นเหยื่อล่อได้ ก็คือโอกาสจับเป็นอวิ๋นเจิง
“ต้องเป็นเช่นนั้นแน่!”
จ้าวจี๋ยิ้มบาง “แต่หลัวปู้ตันเจิงคงเพ้อฝันเกินไปแล้ว!”
ชวีจื้อพยักหน้าพลางยิ้ม “ก็ชวนให้คิดเช่นนั้นอยู่บ้าง แต่พวกเรายังต้องหาทางไปช่วยองค์ชายด้วย ศึกที่ก้งปู้ครั้งนี้ คงเป็นศึกตัดสินกับซีฉวีแล้ว!”
เช่นเดียวกับอวี๋ซื่อจงและคนอื่น ๆ แม้ชวีจื้อไม่เคยกังขาความสามารถในการบัญชาทัพของอวิ๋นเจิง แต่ถึงอย่างไรก็ควรส่งกำลังไปช่วย
