br /> เมื่อทุกฝ่ายเริ่มเคลื่อนไหว วันแห่งศึกใหญ่ก็ใกล้เข้ามาทุกขณะ
ชายแดนระหว่างแคว้นต้าเยวี่ยกับฉิวฉือ อยู่ห่างจากสถานที่ซึ่งอวิ๋นเจิงและพวกก่อสร้างเมืองเพียงราวสองร้อยลี้เท่านั้น
กองทัพศัตรูจะบุกมาถึงในไม่ช้า
อวิ๋นเจิงได้รับข่าวที่หน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณนำกลับมาแล้ว
กองกำลังของแคว้นต้าเยวี่ยกับฉิวฉือรวมเป็นหนึ่ง กำลังเคลื่อนทัพมาทางพวกเขา
ดูจากความเร็วในการเคลื่อนทัพ ราวเจ็ดวันก็จะบุกมาถึง
ผลลัพธ์เช่นนี้ทำให้อวิ๋นเจิงคาดไม่ถึงอยู่บ้าง
เดิมทีอวิ๋นเจิงคิดว่า เมื่อตนส่งคนไปลอบสังหารทหารแคว้นต้าเยวี่ยบางส่วน อย่างไรก็คงทำให้แคว้นต้าเยวี่ยกับฉิวฉือเกิดรอยร้าวขึ้นบ้าง
ไม่คิดเลยว่าเรื่องนี้กลับไม่ส่งผลกระทบต่อทั้งสองฝ่ายแม้แต่น้อย
เรื่องนี้ยังพิสูจน์ให้เห็นอีกด้านว่า แคว้นต้าเยวี่ยกับฉิวฉือมุ่งมั่นจะบดขยี้ทัพเป่ยฝู่เพียงใด
อวิ๋นเจิงครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนสั่งโยวชีที่กลับมารายงานข่าวว่า “สั่งคนกว่าร้อยนายเหล่านั้นให้ถอนกำลังกลับมาทั้งหมดทันที! สั่งโยวจิ่วนำหน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณบุกเข้าไปด้านหลังกองทัพศัตรู ใช้ทุกวิถีทางก่อกวนแนวหลังของพวกมัน ทำให้พวกมันอยู่ไม่เป็นสุข...”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
โยวชีรับคำสั่งแล้วจากไปทันที
โยวชีเพิ่งจากไป ถงกังก็มารายงานว่า “ท่านอ๋อง แม่ทัพอวี๋ส่งข่าวมาว่า จากการประเมินคร่าว ๆ กองทัพหลักของกุ่ยฟางที่อยู่แนวหน้า น่าจะมีกำลังพลที่ออกรบได้ราวหนึ่งแสนนายพ่ะย่ะค่ะ...”
“เท่าใดนะ?”
เปลือกตาอวิ๋นเจิงกระตุก “หนึ่งแสน?”
