หลังสั่งให้ช่างตีเหล็กสร้างอาวุธที่ถนัดมือให้ตนตามแบบดาบประจำกายของเกาเหอแล้ว อวิ๋นเจิงก็ทิ้งที่อยู่จวนไว้ ก่อนพาทั้งสามคนจากไป
ระหว่างทางกลับ เสิ่นลั่วเยี่ยนมองอวิ๋นเจิงด้วยแววตาแปลกไปเล็กน้อย
“ดูเหมือนเจ้าก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อดีเสียทีเดียว!”
น้อยครั้งนักที่เสิ่นลั่วเยี่ยนจะแย้มยิ้มให้อวิ๋นเจิง
“ข้าเพียงไม่อยากให้เหล่าทหารที่หลั่งเลือดพลีชีพเพื่อต้าเฉียนต้องผิดหวัง”
อวิ๋นเจิงส่ายหน้าเบา ๆ แล้วกล่าวอย่างขุ่นเคืองว่า “การประชุมขุนนางวันพรุ่ง ข้าจะกราบทูลเสด็จพ่อเรื่องนี้ ต้องขอให้เสด็จพ่อไต่สวนให้ถึงที่สุด!”
“องค์ชายโปรดอย่าทำเช่นนั้น!” เกาเหอเอ่ยขึ้นฉับพลัน
“หืม?”
อวิ๋นเจิงหันไปมองเกาเหอ “เหตุใดจึงทำไม่ได้? เจ้าเองก็เป็นคนในกองทัพ หากเงินปลอบขวัญของพี่น้องเจ้าถูกยักยอก เจ้าจะนิ่งดูดายหรือ?”
“ใช่แล้ว!”
เสิ่นลั่วเยี่ยนพยักหน้าแรง แววตาเย็นเยียบขณะกล่าวว่า “ผู้ใดยักยอกเงินปลอบขวัญของทหารที่พลีชีพ สมควรถูกประหาร!”
เกาเหอส่ายหน้า กล่าวอย่างจริงจังว่า “การกระทำเช่นนี้ขององค์ชายจะกระทบผลประโยชน์ของคนจำนวนมาก ถึงเวลานั้น สถานการณ์ขององค์ชายในราชสำนักจะยิ่งลำบากกว่าเดิมพ่ะย่ะค่ะ!”
หืม?
เมื่อได้ยินคำพูดของเกาเหอ อวิ๋นเจิงก็อดใจไหววูบไม่ได้
เกาเหอกำลังคิดเผื่อเขาหรือ?
หรือว่าเริ่มยอมรับเขาเป็นนายแล้ว?
น่าสนใจไม่น้อย!
ดูท่าม้าที่เขามอบให้คงไม่เสียเปล่า!
“คำพูดขององครักษ์เกาก็มีเหตุผลอยู่บ้าง”
เย่จื่อพยักหน้าตาม “ตั้งแต่โบราณมา ขุนนางทุจริตก็สังหารให้หมดสิ้นไม่เคยได้ หากฝ่าบาททรงไต่สวนเรื่องนี้ องค์ชายก็จะมีศัตรูในราชสำนักเพิ่มขึ้นมากมาย”
