สามวันต่อมา อวิ๋นเจิงเริ่มปฏิบัติตามข้อตกลงก่อน แล้วออกจากกานถัง
ทหารเก้าพันนายของกานถังกับทหารประจำเมืองอีกสองพันนาย มีราวแปดพันคนที่ยินดีติดตามอวิ๋นเจิงไป
ทว่าหลายคนต้องพาครอบครัวไปด้วย อีกทั้งอวิ๋นเจิงยังมีธุระต้องจัดการเมื่อกลับถึงจวนจิงหยาง จึงไม่อาจเดินทางไปพร้อมกองทัพใหญ่ ทำได้เพียงนำคนออกเดินทางก่อน แล้วให้เสิ่นควนกับคนอื่น ๆ นำกองทัพมุ่งหน้าไปยังจวีผิง
ข่าวความเป็นไปในกานถังถูกส่งไปถึงหูอวิ๋นลี่เป็นอันดับแรก
เมื่อทราบเรื่องกานถัง ใบหน้าของอวิ๋นลี่ก็พลันเขียวคล้ำ เขาเดินเข้าไปในเรือนคุมขังของตำหนักองค์รัชทายาทโดยไม่เอ่ยคำใด กระทั่งทรมานนักโทษประหารคนหนึ่งจนปางตายแล้วจึงออกมา
“เฮ้อ...”
อวิ๋นลี่สูดอากาศบริสุทธิ์ด้านนอกเรือนคุมขัง พยายามสงบจิตใจ
เขารู้เช่นกันว่าการกระทำของตนออกจะไร้เดียงสา เป็นเพียงการหลอกตัวเองเท่านั้น
แต่เขาจำเป็นต้องระบายโทสะที่มีต่ออวิ๋นเจิงออกมา มิฉะนั้นก็กลัวว่าตนจะโกรธตายคาบัลลังก์รัชทายาทผู้สำเร็จราชการ
ข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่า แม้วิธีนี้จะไร้เดียงสาและเป็นการหลอกตัวเอง แต่กลับได้ผลดียิ่งอย่างคาดไม่ถึง
หลังจากฟาดแส้ลงบนร่างนักโทษประหารที่มีภาพวาดของอวิ๋นเจิงแปะอยู่บนใบหน้าอย่างแรงหลายสิบที โทสะในใจก็คลายลงไม่น้อยจริง ๆ
เมื่อสงบจิตใจได้แล้ว อวิ๋นลี่คิดจะเรียกถังซู่มาที่ตำหนักองค์รัชทายาท แต่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เปลี่ยนใจ
ช่างเถิด!
เราไปเดินดูที่ทำการกรมขุนนางเองดีกว่า!
ถือเสียว่าไปตรวจการกรมขุนนางก็แล้วกัน!
เมื่อตัดสินใจได้ อวิ๋นลี่ก็มุ่งหน้าไปยังที่ทำการกรมขุนนางทันที
ไม่นานนัก อวิ๋นลี่ก็มาถึงที่ทำการกรมขุนนาง ทั้งยังสั่งยามเป็นพิเศษว่าไม่ต้องเข้าไปรายงาน
“พวกเจ้าช่างบังอาจนัก! คนไร้ความสามารถเช่นนี้ยังกล้าเสนอขึ้นมาอีกหรือ? ตกลงพวกเจ้ารับผลประโยชน์จากคนเหล่านี้ไปเท่าใด?”
