รุ่งเช้าวันถัดมา ฮ่องเต้เหวินก็ส่งคนมาแจ้งว่า วันนี้พวกเขาจะออกจากจวิ้นซื่อฟาง
เมื่อได้รับข่าวนี้ อวิ๋นเจิงก็รู้สึกโล่งใจในที่สุด
ทว่าก่อนออกเดินทาง ฮ่องเต้เหวินยังมีรับสั่งให้โจวเต้ากงนำทัพถอยไปตั้งแนวป้องกันที่แนวหน้ามณฑลจวี่โจว และสั่งให้จ้าวจี๋นำทัพกลับไปยังภาคตะวันตกเฉียงเหนือ
กำลังทหารในมืออวิ๋นเจิงมีมากพอแล้ว
หากทิ้งทหารสามหมื่นนายที่มณฑลจวี่โจวไว้ให้อวิ๋นเจิงด้วย เกรงว่าจะมีคนสงสัยเข้า
อวิ๋นเจิงหาได้ติดใจเรื่องนี้ไม่
เมื่อสองวันก่อน ตอนเข้าไปถวายบังคมฮ่องเต้เหวิน พระองค์ก็ตรัสเรื่องนี้กับเขาแล้ว
อย่างไรเสีย โจวเต้ากงก็แอบส่งข่าวให้เขาทราบก่อนแล้ว
หากเขาคิดจะบุกมณฑลจวี่โจวจริง ๆ โจวเต้ากงก็คงนำกองทัพยอมจำนนเป็นส่วนใหญ่
หลังรับประทานอาหารเช้า อวิ๋นเจิงกับเจียเหยานำขุนนางกลุ่มหนึ่งไปส่งฮ่องเต้เหวิน อวิ๋นลี่ และขุนนางจากกรมพิธีการออกจากจวิ้นซื่อฟาง
ก่อนจากกัน อวิ๋นเจิงรักษาสัญญา คืนป้ายทองให้ฮ่องเต้เหวิน ทั้งยังกระซิบข้างหูอวิ๋นลี่สองสามประโยค
หลังออกจากจวิ้นซื่อฟางมาได้ไม่นาน ฮ่องเต้เหวินก็เรียกอวิ๋นลี่เข้าไปในรถประทับ
ทันทีที่เข้าไปในรถประทับ อวิ๋นลี่ก็เห็นฮ่องเต้เหวินประทับอ่านหนังสืออยู่ จึงกล่าวว่า “เสด็จพ่อยังประชวรไม่หาย อย่าได้...”
“เราไม่ได้ประชวร!”
ฮ่องเต้เหวินถลึงพระเนตรใส่อวิ๋นลี่
“หา?”
อวิ๋นลี่มองฮ่องเต้เหวินอย่างงุนงง สมองขาวโพลนไปหมด
อาการประชวรของเสด็จพ่อเป็นเรื่องแสร้งทำหรือ?
นี่...นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?
“เป็นอะไรไป งงจนพูดไม่ออกหรือ?”
ฮ่องเต้เหวินวางหนังสือในมือลง
“กระหม่อม...”
อวิ๋นลี่อ้าปากน้อย ๆ พยายามข่มความตื่นตะลึงในใจ “กระหม่อมดีใจพ่ะย่ะค่ะ!”
