ค่ำคืนนี้ยังพอผ่านไปได้
มีกองไฟ อย่างน้อยก็ไม่ต้องทนหนาว
ทว่าอวิ๋นเจิงแทบไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน
ค่ำคืนนี้เขาครุ่นคิดหลายเรื่อง ทั้งยังทบทวนแผนการของตนใหม่อีกครั้ง
เขายังคงไม่เลือกตั้งรับอยู่กับที่ และจะเป็นฝ่ายออกโจมตีก่อนเช่นเดิม
แต่จะไม่คิดนำกำลังพลจำนวนมากออกโจมตีอีกแล้ว
ทุกครั้งที่ออกโจมตี จะเน้นก่อกวนและสืบข่าวเป็นหลัก อีกทั้งจะอาศัยความเกลียดชังที่ปันปู้มีต่อเขา ล่อให้เป่ยหวนเป็นฝ่ายเปิดศึก!
หากไม่สู้กับเป่ยหวนสักหลายครั้ง ก็ไม่มีทางสร้างบารมีในกองทัพได้
บารมีที่สร้างขึ้นด้วยการโปรยเงินในยามนี้ อาจมลายหายไปได้ทุกเมื่อ!
มีเพียงการต่อสู้กับเป่ยหวนหลายครั้ง ให้กองทัพเป่ยฝู่ได้เห็นความสามารถของเขา วันหน้าพวกเขาจึงจะยอมติดตามเขา
มิฉะนั้น ใครจะกล้าติดตามคนที่อาจถูกทางราชสำนักกวาดล้างได้ทุกเมื่อ?
“เมื่อคืนเจ้าไม่ได้นอนทั้งคืนหรือ?”
เมี่ยวอินตื่นขึ้นมาก็สังเกตเห็นดวงตาแดงก่ำของอวิ๋นเจิง
“นอนสิ เพียงแต่เมื่อคืนแอบร้องไห้อยู่ตั้งนาน”
อวิ๋นเจิงสูดจมูก พลางถอนใจกล่าวว่า “ในใจข้าเหน็บหนาวยิ่งนัก เจ้ายังไม่ยอมมอบความอบอุ่นให้ ข้าจึงได้แต่หลบไปร้องไห้เงียบ ๆ…”
“เจ้าไปตายเสีย!”
เมี่ยวอินจ้องอวิ๋นเจิงอย่างทั้งอับอายทั้งขุ่นเคือง
เจ้าคนสารเลว!
ยังกล้าเอ่ยเรื่องให้ความอบอุ่นกับนางอีกหรือ?
แต่การที่อวิ๋นเจิงยังมีอารมณ์หยอกเย้านาง แสดงว่าสภาพจิตใจของเขาไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงนัก
ต้องกล่าวว่าคนสารเลวผู้นี้มีจิตใจเข้มแข็งอย่างแท้จริง!
หากเป็นผู้อื่น เกรงว่าในใจคงมีแต่ความโศกเศร้าแล้ว
