ภายใต้การซักถามของอวิ๋นเจิง ในที่สุดจางซวีก็ยอมบอกสาเหตุออกมา
เรื่องที่จางซวีถูกขับออกจากบ้านนั้น หากจะว่าไปแล้วก็ช่างน่าเวทนาอยู่บ้าง
แต่ก่อน อวิ๋นเจิงขึ้นชื่อว่าเป็นองค์ชายไร้ความสามารถ ทุกครั้งที่จางหวยอบรมหลานชายไม่ได้เรื่องผู้นี้ จางซวีก็มักยกอวิ๋นเจิงมาเป็นโล่กำบัง พูดทำนองว่า องค์ชายหกทรงมีฐานะเป็นถึงองค์ชาย แต่ก็ยังไม่เอาไหนทั้งบุ๋นและบู๊มิใช่หรือ
จางหวยโกรธจนแทบกระอักเลือด แต่กลับหาคำพูดมาโต้แย้งเจ้าตัวดีนี่ไม่ได้จริง ๆ
ทว่า ตั้งแต่คณะทูตเป่ยหวนมาถึงนครหลวง อวิ๋นเจิงก็เปล่งประกายเจิดจ้า เปลี่ยนจากองค์ชายไร้ความสามารถกลายเป็นวีรบุรุษแห่งต้าเฉียนโดยตรง
เมื่อเป็นเช่นนี้ จางหวยก็ยิ่งมองเจ้าตัวดีนี่ขวางหูขวางตา คำพูดทุกคำล้วนไม่พ้นหยิบเขามาเปรียบเทียบกับอวิ๋นเจิง
จางหวยมักกล่าวว่า องค์ชายหกแม้จะไม่เอาไหนทั้งบุ๋นและบู๊ แต่คราวที่คณะทูตเป่ยหวนมาเยือน กลับสร้างเกียรติให้ฮ่องเต้เหวินได้อย่างใหญ่หลวง ตัดภาพมาที่จางซวี ผู้เป็นคนเสเพลไม่เอาถ่าน ต่อให้ตนรอจนถึงวันลงโลง ก็ยังไม่รู้ว่าจะรอให้เจ้าคนไม่ได้เรื่องนี่สร้างเกียรติให้ตนได้หรือไม่...
ด้วยถ้อยคำเพียงประโยคเดียวนี้ ช่วงหลายวันก่อนจางหวยแทบจะพร่ำบ่นอยู่ข้างหูจางซวีทุกวัน
ยามหงุดหงิด จางซวีก็โต้กลับจางหวยไปสองสามคำ
การกระทำครั้งนี้จุดเพลิงโทสะที่จางหวยอดกลั้นมานานให้ลุกโชนขึ้นมาทันที
จางหวยไม่เพียงอบรมจางซวีอย่างหนักเท่านั้น ยังขับเขาออกจากบ้านด้วยความโกรธ บอกว่าหากเขาอยู่ในตระกูลจางต่อไป ก็มีแต่จะทำให้ตระกูลจางเสื่อมเสีย ทำให้บรรพชนของตระกูลต้องอับอาย
นี่คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้จางซวีไม่ชอบหน้าอวิ๋นเจิง
เมื่อรู้ต้นสายปลายเหตุ อวิ๋นเจิงก็ได้แต่หัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้
จางซวีรู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม แล้วเขาไม่รู้สึกเช่นนั้นหรือ!
