บุกเข้าไป!
จับเสด็จพ่อเป็น ๆ!
เมื่อได้ยินเสียงนี้ สีหน้าของทุกคนพลันแปรเปลี่ยน
แย่แล้ว!
มีองค์ชายคิดฉวยโอกาสก่อกบฏ!
ฉินลิ่วก่านดึงฮ่องเต้เหวินไปไว้ด้านหลังทันที แล้วตวาดเสียงดังว่า “ถวายการคุ้มกัน!”
เคร้ง…
ทันทีที่สิ้นเสียงของฉินลิ่วก่าน องครักษ์หน้าพระที่นั่งกว่าร้อยนายก็ชักดาบออกมาคุ้มกันฮ่องเต้เหวิน
ไอสังหารแผ่ปกคลุมทั่วบริเวณในฉับพลัน
เมื่อเห็นแสงดาบวาววับ อวิ๋นเจิงก็หน้าดำครึ้มลงทันที
บัดซบ!
อย่าให้ถึงขั้นมีคนตายเชียว!
อวิ๋นเจิงกำลังจะสั่งให้กองกำลังทั้งหมดหยุด ทว่าตู้กุยหยวนกลับตะโกนก้องขึ้นมาก่อน “โอบล้อมจากปีกทั้งสอง อย่าเข้าประชิด!”
กล่าวจบ ตู้กุยหยวนก็ใช้มือข้างเดียวทำสัญญาณโอบล้อมอย่างรวดเร็ว
อวิ๋นเจิงรีบตะโกนบอกฮ่องเต้เหวินที่อยู่ไกลออกไปว่า “เสด็จพ่อ! นี่เป็นการฝึกซ้อม อย่าชักดาบ!”
อย่าชักดาบ?
เมื่อได้ยินเสียงของอวิ๋นเจิง ทุกคนต่างชะงักงัน
“เป็นคนของเหล่าองค์ชายหก!”
ฮ่องเต้เหวินได้สติก่อนใคร จึงรีบห้ามองครักษ์ทั้งหลาย “เก็บดาบ! เก็บดาบให้หมด!”
“ฝ่าบาท ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ!”
ฉินลิ่วก่านร้องเสียงดัง “สถานการณ์ยังไม่กระจ่าง รอดูให้แน่ชัดก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”
ฮ่องเต้เหวินลังเลเล็กน้อย ก่อนสั่งทุกคนทันทีว่า “รอให้พวกเขาเข้ามาใกล้กว่านี้ก่อน!”
ระหว่างที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน อวิ๋นเจิงและพวกก็เข้ามาใกล้แล้ว
เสิ่นลั่วเยี่ยนโดดเด่นเป็นพิเศษท่ามกลางฝูงชน
ช่วยไม่ได้ ในหมู่พวกเขามีสตรีอยู่เพียงนางเดียว จะไม่ให้สะดุดตาก็คงยาก
คราวนี้ทุกคนจึงมั่นใจเสียทีว่าผู้ที่มาคืออวิ๋นเจิงกับพวกจริง ๆ
“เป็นพวกเขาจริง ๆ ด้วย!”
“เป็นองค์ชายหกกับพวกจริงหรือ?”
“พวกเขาเอาม้าศึกจำนวนมากขนาดนี้มาจากที่ใด?”
“นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?”
ทุกคนต่างมีสีหน้าตื่นตะลึง มองทหารม้าที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่อยากเชื่อสายตา
