ถงกังรับคำสั่งแล้วจากไป
ทว่าเด็กหญิงตัวน้อยกลับตกใจจนเสียขวัญ เอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด ถงกังซักถามอยู่นานก็ไม่ได้ความอะไร
ถงกังขมวดคิ้วแน่น ก่อนเร่งรุดมารายงานอวิ๋นเจิง
อวิ๋นเจิงขมวดคิ้ว สั่งว่า “พาตัวนางมา เปิ่นหวังจะ...”
“ค่อยว่ากัน!”
เมี่ยวอินดึงแขนอวิ๋นเจิงไว้ “เด็กคนนี้ต่างหากที่น่าจะเป็นไพ่ตายตัวจริง!”
ไพ่ตายงั้นหรือ?
เย่จื่อกับเสิ่นลั่วเยี่ยนหันมองเมี่ยวอินด้วยความประหลาดใจ
เด็กคนหนึ่งจะมีไพ่ตายอะไรได้?
รูม่านตาอวิ๋นเจิงหดวูบ “เจ้าหมายความว่า นางไม่ใช่เด็ก แต่เป็นคนแคระหรือ?”
“มีความเป็นไปได้ยิ่งนัก!”
เมี่ยวอินพยักหน้าเบา ๆ “ข้าเคยได้ยินอาจารย์กล่าวว่า มีคนเสาะหาคนประเภทนี้โดยเฉพาะ แล้วแอบฝึกฝนให้เป็นมือสังหาร อาศัยจังหวะที่ผู้ถูกลอบสังหารไม่ทันระวัง ลงมือสังหารให้สำเร็จ...”
เป็นเช่นนี้เองหรือ?
เสิ่นลั่วเยี่ยนเหลือบมองเด็กหญิงที่นั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้น ก่อนกล่าวกับอวิ๋นเจิงทันทีว่า “ฟังเมี่ยวอินเถิด”
“ถูกต้อง!”
เย่จื่อพยักหน้า “วิญญูชนไม่ยืนใต้กำแพงอันตราย ระมัดระวังไว้ย่อมดีกว่า!”
นางกับเสิ่นลั่วเยี่ยนไม่ค่อยรู้เรื่องราวในยุทธภพ
แต่เมื่อเมี่ยวอินกล่าวว่ามีคนประเภทนี้อยู่ ก็จำต้องระมัดระวังให้ดี
อวิ๋นเจิงพยักหน้า แล้วสั่งถงกังทันที “ควบคุมตัวเด็กหญิงคนนั้นไว้ อย่าให้ไหวตัว พยายามจับกุมให้ได้ในคราวเดียว อย่าให้นางมีโอกาสกินยาพิษฆ่าตัวตาย!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
ถงกังรับคำสั่งแล้วจากไปอีกครั้ง
ถงกังกลับมาหาเด็กหญิง พลางปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “อย่าร้องไห้เลย ลุงจะพาเจ้าไปพบท่านอ๋อง วางใจเถิด ท่านอ๋องเป็นคนดี ไม่ทำให้เจ้าลำบากใจหรอก...”
