เมื่อทหารม้าชั้นยอดแห่งเป่ยหวนหนึ่งหมื่นนายและกองกำลังเสริมที่จั่วเริ่นนำมาถึง แผนบั่นทอนกำลังข้าศึกของอวิ๋นเจิงก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
หลายวันติดต่อกัน อวิ๋นเจิงสั่งให้คนออกโจมตีตั้งแต่เช้าจรดค่ำ
แต่ละครั้งพวกเขาจะเคลื่อนเข้าไปจนถึงระยะราวหนึ่งลี้จากเมืองกุยเป้ยแล้วหยุด จากนั้นก็ทั้งตีกลองศึก ทั้งตะโกนใส่กองทัพศัตรู หรือไม่ก็อาศัยความมืดในยามราตรี ส่งทหารที่มีเรี่ยวแรงแขนดีจำนวนหนึ่งลอบยิงธนูใส่กำแพงเมืองของฝ่ายศัตรู โดยไม่สนว่าจะถูกผู้ใดหรือไม่ พอยิงธนูไปหนึ่งดอกก็หันหลังหลบหนีทันที
การก่อกวนไม่หยุดหย่อนเช่นนี้ทำให้ทหารรักษาเมืองกุยเป้ยทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง
หากไม่ระวัง ก็กลัวว่าศัตรูจะฉวยโอกาสปีนกำแพงเมืองขึ้นมาอย่างเงียบเชียบในยามค่ำคืน
แต่หากระวังตัว ก็ต้องสิ้นเปลืองกำลังวังชาอย่างมหาศาล ทั้งยังต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา
ยิ่งไปกว่านั้น ทุกครั้งศัตรูล้วนส่งทหารม้าออกมา
เสียงฝีเท้าม้าหลายพันตัวที่ควบไปพร้อมกันย่อมดังไม่น้อย ทำให้หลายคนไม่อาจข่มตาหลับได้
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเสียงดังเกินไป อีกส่วนหนึ่งก็เพราะทหารจำนวนมากยังคงเฝ้าระวังอย่างเต็มกำลัง
บางครั้งทหารเหล่านั้นทนไม่ไหวจนเผลอหลับไปชั่วครู่ ไม่นานก็ถูกเสียงรบกวนปลุกให้ตื่น
มีทหารบางคนคิดจะหาอะไรมาอุดหู ทว่ากลับถูกห้ามปรามอย่างเข้มงวด
เมื่ออุดหูแล้ว พวกเขาย่อมหลับได้สนิทขึ้น
แต่หากศัตรูเริ่มโจมตีขึ้นมาจริง ๆ เกรงว่าพวกเขาคงยังหลับสนิทราวกับหมูตาย
คูฉาไม่ยอมให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นเด็ดขาด
คูฉาเองก็รู้ดีว่า หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปย่อมไม่เป็นผล
