แม้ระยะห่างจะยังมากอยู่บ้าง แต่อวิ๋นเจิงก็จำชายผู้นี้ได้จากลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์
ตู้กุยหยวน!
คนที่ทหารกองทัพอาภรณ์โลหิตประคองอยู่ มิใช่ตู้กุยหยวนแล้วจะเป็นใครได้อีก?
ชั่วพริบตา รอยยิ้มบนใบหน้าของเสิ่นลั่วเยี่ยนกับฉินชีหู่พลันแข็งค้างตามไปด้วย
อวิ๋นเจิงชะงักงันไปเล็กน้อย ก่อนจะลุกพรวดขึ้นแล้วก้าวฉับ ๆ ไปหาทหารกองทัพอาภรณ์โลหิต คนอื่น ๆ ก็รีบตามไปติด ๆ
ทันทีที่เขามาถึงเบื้องหน้าทหารกองทัพอาภรณ์โลหิต ชายผู้นั้นก็ทิ้งตัวคุกเข่าลงกับพื้นดังตุบ
“องค์ชาย...”
เสียงคร่ำครวญดังขึ้น น้ำตาของถงกังเอ่อล้นออกมา
อวิ๋นเจิงก้มมอง
คนที่ถงกังกอดประคองอยู่ มิใช่ตู้กุยหยวนแล้วจะเป็นใคร?
ยามนี้ตู้กุยหยวนสิ้นลมหายใจแล้ว
บนร่างมีบาดแผลหลายแห่งที่เห็นได้ชัดยิ่ง ทั้งหน้าอกยังยุบลงไปด้วย
คงได้รับบาดเจ็บสาหัสจนตกจากหลังม้า ก่อนถูกม้าศึกเหยียบย่ำจนสิ้นใจเช่นกัน
ตู้กุยหยวนพลีชีพอย่างเงียบงัน
ก่อนตาย เขาไม่ได้ทิ้งคำสั่งเสียไว้แม้สักประโยค
ไม่ต่างจากเหล่าทหารส่วนใหญ่
ท่ามกลางการต่อสู้อันดุเดือด ทุกคนต่างสู้ตายกับกองทัพศัตรู จนแทบไม่มีผู้ใดสังเกตว่าตู้กุยหยวนพลีชีพไปตั้งแต่เมื่อใด
เมื่อมองร่างไร้วิญญาณของตู้กุยหยวน ดวงตาของอวิ๋นเจิงก็แดงก่ำขึ้นมาทันที
“ทหาร!”
ครู่ต่อมา อวิ๋นเจิงก็ระเบิดโทสะ ตวาดลั่นด้วยจิตสังหารแผ่พุ่ง “รวบรวมกำลังพล ทิ้งคนไว้หนึ่งพันคนเก็บกวาดสนามรบ ที่เหลือจงตามข้าไปไล่ล่าพวกทหารแตกพ่าย! ข้าจะกำจัดเศษสวะพวกนี้ให้สิ้นซาก!”
นับแต่ไหนมา นี่เป็นครั้งแรกที่อวิ๋นเจิงควบคุมอารมณ์ไม่อยู่
ตู้กุยหยวนถือเป็นขุนพลคนสนิทของอวิ๋นเจิง
หลายครั้งอวิ๋นเจิงคิดจะเรียกตู้กุยหยวนมาอยู่ข้างกาย ให้เป็นรองแม่ทัพ ทว่ากลับถูกตู้กุยหยวนปฏิเสธทุกครา
