เมื่อเผชิญคำถามของอวิ๋นเจิง ถงกังมีสีหน้าหม่นหมอง ก่อนเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นออกมา
ตอนอยู่ด้านหลังข้าศึก พวกเขาสืบข่าวจนรู้ว่าครั้งนี้เป็นหูเจี๋ยที่นำทัพบุกป๋อลวนด้วยตนเอง ตู้กุยหยวนจึงรีบนำทัพกลับไปยังเว่ยเปียน หมายแจ้งข่าวแก่อวิ๋นเจิง
แต่เมื่อไปถึงเว่ยเปียน จึงรู้ว่าอวิ๋นเจิงนำทัพเข้าสู่ทุ่งหญ้ามู่หม่าไปแล้ว
ตู้กุยหยวนส่งคนไปแจ้งข่าวแก่อวี๋ซื่อจง จากนั้นก็นำทัพมุ่งหน้ามาที่นี่ทันที
“พวกเจ้าข้ามแม่น้ำกันมาได้อย่างไร?”
อวิ๋นเจิงถามต่อ “แล้วเหตุใดจึงแต่งตัวเช่นนี้?”
ถงกังตอบว่า “พวกเรามีคนไม่มาก จึงให้คนที่ว่ายน้ำเก่งนำเชือกเส้นหนาไปผูกยึดไว้ที่ฝั่งตรงข้าม จากนั้นคนที่เหลือก็จับเชือกจูงม้าศึกข้ามแม่น้ำมา...”
ในกองทัพอาภรณ์โลหิตมีคนว่ายน้ำไม่เป็นอยู่ไม่น้อย
ช่วยไม่ได้ ทหารทางเหนือก็เป็นเช่นนี้ หลายคนไม่คุ้นเคยกับการลงน้ำ
ก่อนหน้านี้เป็นฤดูหนาวมาโดยตลอด แม้แต่แม่น้ำไป๋สุ่ยยังไม่ละลายน้ำแข็ง ต่อให้กองทัพอาภรณ์โลหิตฝึกฝนเพียงใด ก็คงไม่อาจเจาะแม่น้ำที่จับตัวเป็นน้ำแข็งเพื่อฝึกได้!
ที่จริง วิธีข้ามแม่น้ำเช่นนี้ พวกเขาเคยใช้มาแล้วตอนเข้ารบกวนทุ่งหญ้ามู่หม่า
แต่ครั้งนั้นหลังข้ามแม่น้ำอย่างยากลำบาก พวกเขายังมีเวลาหาที่ผิงไฟให้เสื้อผ้าแห้ง
คราวนี้พวกเขาร้อนใจมาช่วยอวิ๋นเจิง จึงไม่มีเวลาผิงเสื้อผ้าให้แห้งเลย
แม้อากาศจะเริ่มอุ่นขึ้นแล้ว แต่การสวมเสื้อผ้าเปียกชื้นควบม้าทางไกล เมื่อสายลมพัดมาก็ยังหนาวเหน็บอยู่ดี
ตู้กุยหยวนจึงสั่งให้พวกเขาถอดเสื้อผ้าที่เปียกออก แล้วสวมเพียงเกราะไว้ก็พอ
กองทัพอาภรณ์โลหิตจึงมีสภาพเช่นนี้
และเพราะเหตุนี้ ตู้กุยหยวนจึงสามารถนำกองทัพอาภรณ์โลหิตมาทันศึกใหญ่ครั้งนี้ได้
