เมืองหลวง
อวิ๋นลี่ได้รับข่าวจากคนเหล่านั้นที่ถูกสกัดไว้นอกด่านเป่ยลู่ตั้งนานแล้ว
ฮ่องเต้เหวินเสด็จตรวจจวนผู้พิทักษ์ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ทว่าอวิ๋นเจิงกลับส่งเพียงพระชายารองไปรับเสด็จ
อีกทั้งยังบังคับสกัดคนติดตามไว้ครึ่งหนึ่งที่นอกด่านเป่ยลู่
นี่มิใช่แค่การละเลย หากแต่เป็นการไม่เห็นความน่าเกรงขามของราชสำนักอยู่ในสายตาโดยสิ้นเชิง!
แทบจะชูธงกบฏขึ้นอย่างเปิดเผยแล้วก่อการกบฏเสียด้วยซ้ำ
ยามได้รับข่าวนี้ อวิ๋นลี่โกรธจนก่นด่าอวิ๋นเจิงกลางท้องพระโรง
เหล่าขุนนางก็ร่วมก่นด่าอวิ๋นเจิงไปกับอวิ๋นลี่ไม่น้อย
ส่วนเซียวว่านโฉวและคนอื่น ๆ มิได้ร่วมก่นด่าด้วย ทว่าสีหน้ากลับเผยความผิดหวังในตัวอวิ๋นเจิงอย่างชัดเจน
วันถัดมา อวิ๋นลี่ก็ได้รับฎีกาที่เซียวว่านโฉวถวายขึ้นมา
เซียวว่านโฉวเสนออย่างหนักแน่นให้ราชสำนักส่งกำลังเสริมไปทางมณฑลจวี่โจว พร้อมส่งยอดฝีมือเพิ่มอีกหลายคนแฝงตัวเข้าไปในซั่วเป่ยในฐานะพ่อค้าเร่ เตรียมพร้อมช่วยเหลือฮ่องเต้เหวินได้ทุกเมื่อ
กระทั่งแผนการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมก็เริ่มวางไว้เป็นขั้นต้นแล้ว
ท่าทีของเซียวว่านโฉวที่เปลี่ยนไปต่ออวิ๋นเจิงทำให้อวิ๋นลี่พอใจยิ่งนัก ทว่าเขาก็ยังปฏิเสธฎีกาที่เซียวว่านโฉวเสนอมา
ยามนี้ยังมิใช่เวลาที่จะเปิดศึกกับอวิ๋นเจิง
ไม่ว่าอย่างไร อย่างน้อยต้องสืบให้กระจ่างก่อนว่าทางฮ่องเต้เหวินเป็นเช่นไร
หากฮ่องเต้เหวินสามารถทำให้ตู๋กูเช่อกับฉินชีหู่คอยถ่วงอวิ๋นเจิงไว้ได้จริง ย่อมเป็นเรื่องดียิ่ง
การบ่อนทำลายอำนาจของอวิ๋นเจิงจากภายใน ย่อมดีกว่าลงมือปะทะกับเขาโดยตรงมากนัก
หากเปิดศึกกันตรง ๆ กองทัพราชสำนักคงมิได้อยู่ในสายตาของอวิ๋นเจิงผู้กำลังมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นแน่
หากไม่นับเรื่องชวนกลัดกลุ้มที่ฮ่องเต้เหวินเสด็จตรวจจวนผู้พิทักษ์ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ช่วงนี้อวิ๋นลี่ก็ใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่นยิ่ง
