ถ้อยคำของอวิ๋นลี่ไม่ต่างจากการเปิดอกพูดกับฮองเฮาสวี
เมื่อเผชิญกับสายตาคมกริบของอวิ๋นลี่ ฮองเฮาสวีก็ทั้งเดือดดาลและจนปัญญา
ปีกของอวิ๋นลี่แข็งกล้าจนบินได้เองแล้วจริง ๆ!
ยิ่งไปกว่านั้น อวิ๋นลี่ยังเท่ากับเปิดอกพูดกับนางอย่างหมดเปลือกแล้ว
ที่อวิ๋นลี่กดข่มตระกูลสวี ก็เพราะกลัวว่าตระกูลสวีจะชี้นำราชกิจ!
ในฐานะพระมารดาผู้ให้กำเนิดอวิ๋นลี่ นางย่อมไม่อยากเห็นเขากลายเป็นหุ่นเชิด
แต่ขณะเดียวกัน นางก็ไม่อยากให้ตระกูลสวีถูกอวิ๋นลี่จงใจกดข่ม
คนอื่นสนับสนุนฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ ก็เพื่อเสวยสุขและมั่งคั่ง!
แล้วเหตุใดตระกูลสวีสนับสนุนฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ กลับต้องถูกฮ่องเต้องค์ใหม่กดข่มด้วย?
นี่มันเหตุผลอะไรกัน?
ฮองเฮาสวีพยายามข่มเพลิงโทสะในใจ ก่อนตรัสเสียงเข้มว่า “เปิ่นกงไม่มีใจจะช่วยเจ้าบริหารราชกิจ เจ้าเป็นบุตรของเปิ่นกง เปิ่นกงยิ่งกว่าผู้ใดล้วนปรารถนาให้เจ้าครองบัลลังก์ได้อย่างมั่นคง!”
“เช่นนั้นขอเสด็จแม่โปรดอย่าแทรกแซงราชกิจ!”
แววตาของอวิ๋นลี่ยังคงคมกริบ “เสด็จแม่คงเข้าใจว่า บางคน ลูกจัดการเสียแต่เนิ่น ๆ ย่อมดีกว่ารอให้ถูกขุนนางในราชสำนักกล่าวโทษแล้วค่อยจัดการ หากจัดการเสียแต่บัดนี้ อย่างมากก็เพียงถูกส่งไปประจำที่อื่น แต่หากรอจนขุนนางกล่าวโทษ เกรงว่าพวกเขาอาจรักษาชีวิตไว้ไม่ได้!”
“เจ้า...”
เมื่อเผชิญกับความแข็งกร้าวของอวิ๋นลี่ ฮองเฮาสวีก็โกรธจนแทบขาดใจ
“เสด็จแม่ พระองค์ก็เลอะเลือนไปแล้ว”
อวิ๋นลี่ถอนใจเบา ๆ น้ำเสียงค่อย ๆ อ่อนลง “หากลูกขึ้นครองราชย์แล้ว ตระกูลสวีจะขาดความมั่งคั่งรุ่งเรืองหรือ? ลูกสามารถลดตำแหน่งพวกเขาลงได้ ย่อมสามารถเลื่อนตำแหน่งพวกเขาขึ้นมาได้เช่นกัน! ลูกยังไม่ทันขึ้นครองราชย์ก็ออกหน้าปกป้องคนของตระกูลสวีไปเสียทุกเรื่อง แล้วจะให้ขุนนางทั้งราชสำนักคิดอย่างไร?”
