เมื่อเห็นถงอิงลังเลไม่เด็ดขาด อวิ๋นเจิงก็อดส่ายหน้าอยู่ในใจไม่ได้
ถงอิงผู้นี้นับว่าเป็นขุนนางผู้ภักดี
แต่คนผู้นี้ขาดความคิดอ่านเป็นของตนเอง ไม่เหมาะจะเป็นแม่ทัพใหญ่จริง ๆ
ให้บัญชาทหารเก้าพันนาย นับว่าฝืนกำลังเขาอยู่บ้าง!
คนเช่นนี้เหมาะจะบัญชาทหารสักสามพันนาย เรื่องหลายอย่างไม่จำเป็นต้องตัดสินใจเอง เพียงทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาก็พอ
หากไม่ใช่เพราะเขาขี้เกียจเสียเวลา เขาคงให้ถงอิงสอบสวนแม่ทัพเหล่านี้ที่ตนจับมาได้ไปแล้ว จะต้องยุ่งยากเช่นนี้ไปไย?
อวิ๋นเจิงกวักมือเรียกเสิ่นควน แล้วโน้มตัวกระซิบข้างหูเขาอยู่สองสามประโยค
เสิ่นควนเข้าใจความหมาย จึงเดินไปหาถงอิงเพียงลำพัง
เมื่อเห็นเสิ่นควนมาคนเดียว ถงอิงก็ไม่ได้หวาดกลัว
พอถึงตรงหน้าถงอิง เสิ่นควนก็ส่งสัญญาณให้เขาลงจากม้า แล้วโน้มตัวกระซิบข้างหูอีกฝ่าย
ถงอิงครุ่นคิดเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ตัดสินใจได้ เขาตะโกนเสียงดังใส่พลนำสารที่อยู่ด้านหลังว่า “ไปบอกทุกคน อ๋องมีจุดประสงค์เพียงกำจัดพวกเดียวกับเถียนหง จะไม่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ทุกคนวางอาวุธลงเดี๋ยวนี้!”
“ขอรับ!”
พลนำสารรับคำสั่ง ก่อนพาคนอีกหลายคนวิ่งออกไป ตะโกนก้องไปทางทหารในค่ายว่า “อ๋องมีจุดประสงค์เพียงกำจัด...”
คนเหล่านั้นตะโกนเสียงดัง ถ่ายทอดคำสั่งของถงอิงไปทั่ว
ถงอิงเองก็ยกมือกดลง ส่งสัญญาณให้เหล่าทหารในค่ายวางอาวุธ
เมื่อถงอิงทำเช่นนั้น คนเกือบทั้งหมดก็วางอาวุธลง
ทว่าในหมู่พวกเขายังมีทหารส่วนน้อยที่กำอาวุธแน่น สีหน้าแตกตื่น ไม่ยอมวางลงเสียที
