ยามค่ำ อวิ๋นเจิงสั่งให้คนนำเนื้อม้ากับโจ๊กข้าวขาวไปส่งให้เจียเหยาอย่างที่คาด
อวิ๋นเจิงยังถือเนื้อม้าตุ๋นจนเปื่อยนุ่มชิ้นหนึ่ง นั่งกินอยู่ตรงหน้าเจียเหยา
เมื่อเห็นท่าทางเอร็ดอร่อยของอวิ๋นเจิง เจียเหยาแทบจะยกโจ๊กข้าวขาวราดหัวเขา
เจ้าคนสารเลวนี่จงใจชัด ๆ!
นางมิได้รังเกียจการกินเนื้อม้า
มิเช่นนั้น นางคงไม่สั่งให้เหล่าทหารฆ่าม้าศึกมาเป็นเสบียง
นางโมโหท่าทีของอวิ๋นเจิงต่างหาก
อวิ๋นเจิงแสดงท่าทีของผู้ชนะให้นางเห็นอยู่ทุกเมื่อ!
“มองข้าทำไม? เจ้าก็กินสิ!”
อวิ๋นเจิงกล่าวพลางยิ้มละไม “เจ้าอุตส่าห์ส่งความชอบมาให้ข้าด้วยน้ำใจ ข้าจะปล่อยให้เจ้าหิวได้อย่างไร วางใจเถิด ข้าไม่วางยาพิษเจ้าหรอก”
“แน่นอนว่าเจ้าย่อมไม่วางยาพิษข้า” เจียเหยาเลิกคิ้ว “ข้าตายไปก็ไม่เป็นผลดีต่อเจ้าเลย”
“ก็จริง”
อวิ๋นเจิงไม่ปฏิเสธ “เพราะฉะนั้นเจ้าก็กินได้เต็มที่ หากไม่พอยังมีอีก”
“เจ้าช่างมีเมตตาเสียจริง!”
เจียเหยากัดฟันมองอวิ๋นเจิง ก่อนหยิบเนื้อม้าขึ้นมาแทะเอง
กล่าวตามตรง รสชาตินี้ดีกว่าเนื้อที่พวกนางกินกันตามปกติอยู่ไม่น้อย
ทว่าแม้เนื้อจะอยู่ในปาก เจียเหยากลับเดือดดาลอยู่ในใจ
ท้ายที่สุด เจียเหยาทำได้เพียงเปลี่ยนความโกรธเป็นความอยากอาหาร ฉีกกัดเนื้อม้าคำโต ๆ
“ค่อย ๆ กิน ไม่มีใครแย่งเจ้าหรอก!”
อวิ๋นเจิงยิ้มกล่าว “อย่างไรเจ้าก็เป็นถึงองค์หญิงแห่งเป่ยหวน เหตุใดกินราวกับผีหิวโซกลับชาติมาเกิดเช่นนี้?”
“เจ้าหุบปากแล้วจะตายหรือ?”
เจียเหยาเงยหน้าขึ้นฉับพลัน ดวงตาเต็มไปด้วยแววอำมหิต นางมองอวิ๋นเจิงครู่หนึ่งแล้วก้มหน้าแทะเนื้อม้าต่อ
