เมื่อเห็นอวิ๋นเจิงมีสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่ใส่ใจ เจียเหยาก็รู้สึกหมดหนทางขึ้นมาอีกครั้ง
จู่ ๆ นางก็รู้สึกราวกับว่าตนเปลือยกายอยู่ต่อหน้าอวิ๋นเจิง
ความคิดทุกอย่างของนาง ล้วนถูกอวิ๋นเจิงมองออกอย่างทะลุปรุโปร่ง
บัดนี้ แรงกดดันกลับมาตกอยู่ทางเจียเหยาอีกครั้ง
จะรบหรือไม่รบ?
หากรบในยามนี้ กำลังพลของพวกนางยังไม่ฟื้นกำลังจากความเหน็ดเหนื่อย การคุกเข่าคราเมื่อครู่แม้พอจะปลุกขวัญกำลังใจขึ้นมาได้บ้าง แต่ผลที่ได้ก็ยังห่างไกลจากที่นางคาดหวังไว้มากนัก
หากไม่รบในยามนี้ เกิดอวิ๋นเจิงมีกำลังเสริมจริง ๆ เมื่อกำลังเสริมของเขามาถึง พวกนางคงต้องถอยกลับไปอย่างหมดสภาพเช่นคราก่อนเป็นแน่
หากวันนี้พวกนางล่าถอย ก็เท่ากับยอมรับว่าหวาดกลัวต้าเฉียนอย่างสิ้นเชิง
ต่อให้ภายหน้าพวกนางมีกำลังพลเหนือกว่าอย่างเด็ดขาด ก็อาจไม่กล้าจู่โจมทหารม้าต้าเฉียนอีก!
พวกนางถูกอวิ๋นเจิงทำให้หวาดกลัวเสียแล้ว!
อวิ๋นเจิงได้ฝังเมล็ดพันธุ์แห่งความหวาดหวั่นไว้ในใจชาวเป่ยหวน
หากชนะศึกครั้งนี้ เมล็ดพันธุ์นั้นก็จะถูกบดขยี้จนสิ้น
แต่หากล่าถอยไปเช่นนี้ เมล็ดพันธุ์นั้นย่อมหยั่งรากและแตกหน่อในใจชาวเป่ยหวน
ภายหน้า เพียงได้ยินชื่ออวิ๋นเจิง คนเหล่านี้ก็จะตัวสั่นงันงก
รบ!
ต้องรบ!
หลังลังเลอยู่เนิ่นนาน เจียเหยาก็กัดฟันมองอวิ๋นเจิง “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ องค์หญิงจะสู้จนถึงที่สุด!”
สิ้นเสียง เจียเหยาก็พลิกกายขึ้นม้า ก่อนควบกลับไปยังแถวทัพของตนอย่างรวดเร็ว
อวิ๋นเจิงเห็นดังนั้นก็ถอยกลับไปเช่นกัน
เมื่อกลับมาถึงหน้าแนวทัพ เจียเหยาก็หันหน้าเข้าหาทหารม้าหนึ่งหมื่นนาย
“เหล่านักรบ ศัตรูคู่แค้นของเป่ยหวนอย่างอวิ๋นเจิงอยู่เบื้องหน้า!”
“พระบิดาและพี่ชายขององค์หญิง รวมถึงพี่น้องร่วมรบของพวกเจ้า ล้วนตายในมือมัน!”
