เมื่อได้ฟังเย่จื่อเล่า อวิ๋นเจิงก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดในที่สุด
ราชวงศ์ต้าเฉียนมีน้ำตาลทรายขาวอยู่จริง
หลังจากเสิ่นหนานเจิงสามพ่อลูกแห่งสกุลเสิ่นพลีชีพในสนามรบ ฮ่องเต้เหวินก็พระราชทานรางวัลแก่สกุลเสิ่นอย่างล้นหลาม
ในบรรดารางวัลเหล่านั้น มีน้ำตาลทรายขาวอยู่หนึ่งไห
ด้วยเหตุนี้ เย่จื่อจึงเคยเห็นน้ำตาลทรายขาว
ทว่าในราชวงศ์ต้าเฉียน น้ำตาลทรายขาวหาซื้อได้ยากยิ่ง ในตลาดไม่มีวางขายเลย
น้ำตาลทรายขาวแทบจะเป็นของที่จัดไว้ให้ราชวงศ์โดยเฉพาะ
เหล่าขุนนางผู้มีความชอบก็ต้องรอรับพระราชทานจากฮ่องเต้เหวินจึงจะได้น้ำตาลทรายขาว
ได้ยินมาว่า ก่อนฮ่องเต้เหวินขึ้นครองราชย์ แม้น้ำตาลทรายขาวจะหายาก แต่ก็ผลิตได้มากกว่ายามนี้ไม่น้อย
ฮ่องเต้เหวินทรงเห็นว่าน้ำตาลทรายขาวเพียงดูงดงามกว่า รสชาติดีกว่าน้ำตาลทรายแดงอยู่เล็กน้อย แทบไม่มีสิ่งใดแตกต่างกัน ทว่ากลับต้องใช้แรงงานและทรัพยากรมากมายกว่าการทำน้ำตาลทรายแดงหลายเท่า
เพื่อยับยั้งความฟุ่มเฟือยในราชสำนัก ฮ่องเต้เหวินจึงมีรับสั่งให้ควบคุมปริมาณการผลิตน้ำตาลทรายขาวอย่างเข้มงวด
ดังนั้น น้ำตาลทรายขาวในยามนี้ ต่อให้มีเงินก็ซื้อไม่ได้
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้”
อวิ๋นเจิงโล่งใจขึ้นมาก
ขอเพียงน้ำตาลทรายขาวยังไม่กลายเป็นของดาษดื่นก็พอ
แผนการหาเงินของเขายังดำเนินต่อไปได้!
เฮ้อ!
พูดไปแล้ว ก่อนหน้านี้ชีวิตเขาช่างทุกข์ยากยิ่งนัก!
เป็นถึงองค์ชายแท้ ๆ กลับไม่เคยเห็นแม้แต่น้ำตาลทรายขาว
ช่างน่าเวทนาเสียจริง
แววตาเย่จื่อเป็นประกาย นางถามด้วยความสงสัย “เจ้าใช้น้ำตาลทรายแดงเท่าใดถึงทำน้ำตาลทรายขาวออกมาได้?”
เย่จื่อมองเห็นโอกาสทำกำไรมหาศาลจากน้ำตาลทรายขาวแล้ว
น้ำตาลทรายขาวหนึ่งเหลี่ยงแลกทองหนึ่งเหลี่ยง!
