หนึ่งวันให้หลัง
อวิ๋นเจิงซึ่งเปลี่ยนมาเป็นทัพหลัง กำลังนำกำลังพลไปสมทบกับทัพหน้า จู่ ๆ ชวีจื้อแห่งทัพหน้าก็ส่งคนมารายงานข่าว
หน่วยลาดตระเวนที่อยู่ด้านหน้าพบตำแหน่งวังหลวงเป่ยหวนแล้ว
ทว่าวังหลวงเป่ยหวนกลับไร้ผู้คน
เมื่อได้รับข่าวนี้ อวิ๋นเจิงก็สั่งให้กองทัพเร่งฝีเท้าทันที
ครึ่งชั่วยามต่อมา พวกเขาก็สมทบกับกองกำลังของชวีจื้อ
หลังพักฟื้นกำลังเพียงครู่เดียว อวิ๋นเจิงก็ออกคำสั่งเสียงดังทันที “บุกจู่โจม! เป้าหมาย วังหลวงเป่ยหวน!”
เมื่ออวิ๋นเจิงออกคำสั่ง กองทัพใหญ่ก็เริ่มบุกจู่โจมอีกครั้ง
เสียงกีบม้ากระหน่ำดุจสายฟ้าคำราม กึกก้องไปทั่วฟ้าดิน
บุกจู่โจม!
บุกจู่โจมไม่หยุดหย่อน!
แม้ไม่มีข้าศึก ทหารม้าต้าเฉียนก็ยังคงตั้งขบวนจู่โจม มุ่งหน้าบุกไปทางวังหลวงเป่ยหวนอย่างต่อเนื่อง
ในที่สุด พวกเขาก็มองเห็นวังหลวงเป่ยหวนอยู่ไกล ๆ
เหนือความคาดหมายของทุกคน วังหลวงเป่ยหวนมิได้กลายเป็นทะเลเพลิง
ทว่าสำหรับชาวต้าเฉียนแล้ว ที่นี่จะเป็นทะเลเพลิงหรือไม่ก็ไม่สำคัญ
สิ่งสำคัญคือพวกเขาได้ย่ำเท้ามาถึงผืนแผ่นดินนี้แล้ว
พวกเขามาถึงวังหลวงเป่ยหวนแล้ว!
แม้คนที่พวกเขาต้องการจับกุมจะหลบหนีไปแล้วก็ตาม
“สังหาร!”
“บุกเข้าไป ย่ำวังหลวงเป่ยหวนให้ราบ!”
ทุกคนยากจะข่มกลั้นความตื่นเต้นในใจ ต่างโห่ร้องอย่างฮึกเหิม ควบม้าพุ่งไปยังราชสำนัก
การย่ำวังหลวงเป่ยหวนให้ราบ ในที่สุดพวกเขาก็ทำสำเร็จ
กระบวนการนี้ง่ายดายกว่าที่คิดไว้มาก
สิ่งที่น่าเสียดายอยู่บ้างคือเชื้อพระวงศ์และขุนนางชั้นสูงของวังหลวงเป่ยหวนอพยพไปหมดแล้ว
