หนึ่งวันต่อมา เติ้งเป่าก็นำกำลังพลหนึ่งหมื่นห้าพันนายคุ้มกันเสบียงมาถึง
ในนั้นเป็นทหารม้าห้าพันนาย ทหารราบหนึ่งหมื่นนาย
เมื่อรวมกับกำลังพลจากกองอื่น ๆ แล้ว พวกเขามีกำลังพลในบริเวณสันเขาจวี้ฉือเกือบเจ็ดหมื่นนาย
กองทัพฝ่ายพวกเขารวมพลกันอย่างต่อเนื่อง บรรดาเผ่าทางตะวันตกของทะเลทรายย่อมได้รับข่าวเช่นกัน
เมื่อทราบว่าศัตรูส่งกำลังเสริมมายังบริเวณนี้ไม่ขาดสาย โป๋จีผู้รับผิดชอบป้องกันแนวสันเขาจวี้ฉือก็รู้สึกประหนึ่งเผชิญศึกใหญ่ เขาเรียกประชุมเหล่าขุนพลทันที
ครั้นโป๋จีแจ้งข่าวเรื่องศัตรูเพิ่มกำลังแก่เหล่าขุนพล หลายคนก็ลนลานขึ้นมาทันที
อย่าเห็นว่าพวกเขามีกองทัพสามหมื่นนายอยู่ที่นี่ ทหารกว่าหนึ่งหมื่นนายในนั้นล้วนเป็นกองทัพทาสที่จ้าก้งพาหนีตายกลับมาจากอีอู
ขณะที่ศัตรูเสริมกำลังเข้ามาต่อเนื่อง กำลังพลของพวกมันอาจมีจำนวนมากกว่าพวกเขาถึงสองเท่าแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ตามรายงานของสายสืบ กองกำลังที่ศัตรูส่งมาเสริมจำนวนมากเป็นทหารม้า
หากศัตรูฝ่าแนวป้องกันของพวกเขาเข้ามาได้ ทหารม้าก็จะบุกตะลุยไปทั่วดินแดนของพวกเขา!
ผ่านมานานเพียงนี้แล้ว ทางด้านตุยหลงหล่างรื่อก็ยังไม่มีข่าวคราว
คาดว่ากองทัพของตุยหลงหล่างรื่อคงถูกกวาดล้างจนสิ้นแล้ว
ด้วยเหตุนี้ อวิ๋นเจิงซึ่งไร้กังวลเรื่องหลังบ้านจึงกล้าส่งกำลังเสริมมายังด้านนี้ไม่หยุด
เห็นชัดว่าอวิ๋นเจิงหมายจะคิดบัญชีกับพวกเขาหลังศึกสงบ!
ทว่าบัดนี้พวกเขาตกอยู่ในสภาพโดดเดี่ยวไร้ผู้ช่วยเหลือ
กำลังพลที่อาจส่งมาช่วยได้มีเพียงกองทัพกว่าแปดหมื่นนายซึ่งถอนกำลังลงมาจากป้อมซิงอาน
แต่กองทัพทางนั้นส่วนใหญ่เป็นทหารราบ หากร้องขอความช่วยเหลือในยามนี้ กองทัพทางนั้นคงต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งเดือนกว่าจะมาถึง
